Dictionary

พจนานุกลม: เหนื่อย

posted on 03 Jan 2008 22:42 by roundfinger  in Dictionary

วันนี้เหนื่อย จริงๆ แล้วเวลาเหนื่อยควรจะพักผ่อน นอนหลับ หรือหาอะไรที่รื่นรมย์ทำเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยให้หายไป ความเหนื่อยเกิดขึ้นได้ก็หายไปได้ ความเหนื่อยไม่ใช่สสารถึงจะได้ไม่สูญหายไปจากโลก ความเหนื่อยเป็นเพียงความรู้สึกช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น ธรรมชาติมักจะปรับสมดุลให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงคนที่กำลังเหนื่อยด้วย ไม่ค่อยมีใครเหนื่อยไปได้เรื่อยๆ ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน นอกจากจะมีพนักงานเซเว่นอีเลฟเว่นสักคนที่กำลังเก็บเงินไปขอลูกสาวเศรษฐีจึงต้องทำงานหามค่ำหามรุ่งเท่าเวลาที่ร้านไฟสว่างร้านนั้นเปิด กระทั่งแม่เฒ่าพ่อแก่ในรายการวงเวียนชีวิตที่แสนจะข้นแค้นเหน็ดเหนื่อยก็ยังมีฉากพักผ่อนนอนหลับ 

จะว่าไป หากเราอยู่ในโลกที่เราควบคุมบังคับอะไรตามใจได้ เราคงไม่เหนื่อยง่ายๆ แบบนี้ เรารู้ตัวดีว่าควรจะวิ่งกี่รอบสนาม ควรจะลงไปเตะบอลกี่นาที ควรจะกินบะหมี่กี่ชาม เมื่อเรารู้ว่าเริ่มเหนื่อย หากวันนั้นไม่บ้าพลังเกินไปนักเราก็มักจะหยุดเท้าหยุดปากรวมไปถึงหยุดตาหยุดหู แต่โลกไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราต้องอยู่ในแวดล้อมของคนและสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ตลอดเวลา ความเหนื่อยมักเกิดขึ้นจากสิ่งที่เหนือการควบคุมพวกนั้นนั่นเอง ยิ่งพยายามควบคุมก็ยิ่งเหนื่อย 

เวลาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่างให้บรรลุล่วงนั้นไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก มันจะเหนื่อยก็ต่อเมื่อไม่มีคนเข้าใจความพยายามนั้นต่างหากล่ะ เหมือนนักวิ่งมาราธอนที่วิ่งมาตลอดสี่สิบสองกิโลเมตรแล้วเมื่อมาถึงปลายทางแล้วกลับปรากฏว่ามันไม่มีเส้นชัย ทางที่วิ่งมาตลอดเหมือนจะเป็นทางที่ผิด ความพยายามทั้งหลายดูคล้ายจะมีค่าไม่มากกว่าศูนย์สักเท่าไหร่ เราจะเหนื่อยก็ในวินาทีนั้นนั่นแหละ บางคนถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรกว่าจะรวมพลังครั้งใหม่เพื่อออกวิ่งได้อีก 

จริงอยู่ว่ามันน่าเหนื่อย สำหรับทางไกลๆ ที่วิ่งมาแล้วไม่เจอเส้นชัย หรือเส้นชัยถูกคนอื่นฉวยไปด้วยอกที่ผึ่งผายขนดกดำไปเสียแล้ว แต่จริงๆ สิ่งที่ได้มาในตลอดทางที่วิ่งมาคือกล้ามเนื้อขาและหัวใจที่เข้มแข็งขึ้น ยิ่งออกแรงเยอะก็ยิ่งแข็งแรง ยิ่งเหนื่อยมากก็ยิ่งเหนื่อยยากขึ้นในวันถัดไป 

เสียเหงื่อให้มากในวันนี้ จะได้ไม่ต้องเสียน้ำตาในวันหน้า รุ่นพี่ซาดิสม์คนหนึ่งเคยบอกกับเราไว้ ราวกับว่าน้ำตากับน้ำเหงื่อมันใช้น้ำจากบ่อเดียวกัน แต่เมื่อมานั่งคิดไปมาก็เห็นว่ามันก็มีเค้าความจริงอยู่ 

คนเราเหนื่อย เศร้าและเสียใจเหมือนกันทั้งนั้นแหละมั้ง แต่คนแข็งแรงจะร้องไห้น้อยกว่า อาจจะหายเหนื่อยได้ไวกว่า กลับมาลงสนามมาราธอนครั้งใหม่ได้ไวกว่าคนที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการกลับมาไวกว่าเป็นสิ่งที่ดี บางทีหากเหนื่อยนักก็พักยาวๆ รักษาอาการปวดเมื่อยเจ็บแสบให้หายดีก่อนแล้วค่อยมาลงสนามกันใหม่ก็อาจจะดีกว่า ของแบบนี้ต้องว่ากันเป็นกรณีไป ไว-ช้าไม่สำคัญหรอกมั้ง คนเราไม่ได้เรียนรู้จากการวิ่งเท่านั้น ระหว่างพักฟื้นเราก็ได้ทำความเข้าใจความปวดร้าวกล้ามเนื้อไปด้วยไม่ใช่หรือ 

เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ยังอุตส่าห์มานั่งลงเขียนพจนานุกลมคำว่า เหนื่อย จะเพื่ออะไรล่ะ หากไม่ใช่เพราะอยากจะรู้ความหมายแท้ๆ ของมันว่าหมายความว่าอย่างไร มันมี ความหมาย ยังไงกับชีวิต แล้วคนเราจะเหนื่อยกันไปเพื่อให้ได้อะไรขึ้นมา 

ความเหนื่อยบางครั้งนำมาซึ่งความปิติ มีคนจำนวนไม่น้อยที่เหน็ดเหนื่อยเพื่อคนอื่น ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งสุข บางคนก็ยอมทนเหนื่อยเพื่อความฝัน รอวันนั้นมาถึงแล้วความเหนื่อยก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง เหมือนนักกีฬากระโดดน้ำของจีนคนหนึ่งซึ่งกระโดดน้ำวันละร้อยหนทุกวันมาเป็นเวลาสิบหกปี เพียงเพื่อใช้เวลาแค่หนึ่งจุดเจ็ดวินาทีในการกระโดดลงมาด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ แล้วคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกไปในที่สุด ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะฝึกฝนตัวเองกระทั่งกลายเป็นเข็ม -- ฝนร่างให้เป็นเข็มยังไงยังงั้น 

ในระหว่างที่เหนื่อยเรามักจะมองไปข้างหน้าแล้วบอกกับตัวเองว่าอีกไม่นานก็จะหายเหนื่อยแล้ว แต่ความเหนื่อยก็เหมือนคลื่น ลูกเก่าผ่านไป ลูกใหม่ก็โถมเข้ามาอีก ตราบที่ยังเป็นปลาเป็นก็ต้องว่ายทวนน้ำกันต่อไปเพื่อพิสูจน์กับคลื่นว่า ตูข้ายังมีชีวิต! 

แต่เดี๋ยวก่อน! คนเราไม่ใช่ปลา การว่ายโต้กระแสคลื่นไปข้างหน้าเพียงเพราะว่ามันเป็นไปตามสัญชาตญาณเท่านั้นไม่น่าจะพอ เราน่าจะรู้ว่ากำลังจะว่ายไปสู่ที่ใด และเพื่ออะไรกัน คล้ายกันกับเวลาเดินเขา ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนแต่พอหันไปมองเห็นยอดที่ตั้งใจจะขึ้นไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์บนนั้นก็จะมีแรงพลังก้าวต่อไป แต่ถ้าเราเอาแต่ว่ายไปข้างหน้าเหมือนปลา แล้ววันหนึ่งมีเพื่อนปลาตัวหนึ่งหันมาถามว่า นี่มึงกำลังจะว่ายโต้คลื่นไปไหนวะ แล้วตอบไม่ได้ ก็คงจะหมดแรง หยุดสะบัดครีบ เพราะไม่รู้จะว่ายให้เหนื่อยไปทำไม 

แต่บางครั้งในบางจังหวะเราก็เผลอเป็นปลาไปเหมือนกัน ตั้งหน้าตั้งตาว่ายจ้ำเอาจ้ำเอา แต่ไม่รู้ว่าจะว่ายไปที่ไหน ความเหนื่อยครั้งนี้จะนำไปสู่อะไร ความเหนื่อยที่ไม่มีจุดหมาย ไม่มีคำตอบแบบนี้เองล่ะมั้งที่น่าเหนื่อยเป็นที่สุด 

คำตอบของความเหนื่อยไม่จำเป็นต้องสวยงาม หล่อเหลา และอาจไม่ต้องป่าวประกาศบอกใคร แค่บอกกล่าวกับตัวเองในใจได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว  

ขึ้นชื่อว่าเป็น สิ่งมีชีวิต ก็ต้องมีช่วงเวลาให้เหนื่อยกันทั้งนั้น ถ้าเหนื่อยแบบมีความหมาย ตอบตัวเองครั้งใดก็ได้ทุเลาความเหนื่อยลง แต่ถ้าเหนื่อยแบบไร้ความหมาย เมื่อตัวเองถามขึ้นมาในใจทีไรก็ยิ่งเหนื่อยหนักเข้าไปทุกที 

ความหมาย หรือ คำตอบ ของความเหนื่อยจึงไม่ต่างอะไรกับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ในยามที่เหนื่อยล้า แค่เปิดฝาออกมาซด ตาก็จะสว่าง สร่างจากอาการมึนเหงื่อ กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันใด และพร้อมที่จะเดินต่อไปจนกว่าจะเหนื่อยใหม่อีกครั้ง