Dictionary

พจนานุกลม: เหนื่อย

posted on 03 Jan 2008 22:42 by roundfinger in Dictionary

วันนี้เหนื่อย จริงๆ แล้วเวลาเหนื่อยควรจะพักผ่อน นอนหลับ หรือหาอะไรที่รื่นรมย์ทำเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยให้หายไป ความเหนื่อยเกิดขึ้นได้ก็หายไปได้ ความเหนื่อยไม่ใช่สสารถึงจะได้ไม่สูญหายไปจากโลก ความเหนื่อยเป็นเพียงความรู้สึกช่วงเวลาหนึ่งที่ผ่านเข้ามาเท่านั้น ธรรมชาติมักจะปรับสมดุลให้กับทุกสิ่งทุกอย่าง รวมถึงคนที่กำลังเหนื่อยด้วย ไม่ค่อยมีใครเหนื่อยไปได้เรื่อยๆ ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน นอกจากจะมีพนักงานเซเว่นอีเลฟเว่นสักคนที่กำลังเก็บเงินไปขอลูกสาวเศรษฐีจึงต้องทำงานหามค่ำหามรุ่งเท่าเวลาที่ร้านไฟสว่างร้านนั้นเปิด กระทั่งแม่เฒ่าพ่อแก่ในรายการวงเวียนชีวิตที่แสนจะข้นแค้นเหน็ดเหนื่อยก็ยังมีฉากพักผ่อนนอนหลับ 

จะว่าไป หากเราอยู่ในโลกที่เราควบคุมบังคับอะไรตามใจได้ เราคงไม่เหนื่อยง่ายๆ แบบนี้ เรารู้ตัวดีว่าควรจะวิ่งกี่รอบสนาม ควรจะลงไปเตะบอลกี่นาที ควรจะกินบะหมี่กี่ชาม เมื่อเรารู้ว่าเริ่มเหนื่อย หากวันนั้นไม่บ้าพลังเกินไปนักเราก็มักจะหยุดเท้าหยุดปากรวมไปถึงหยุดตาหยุดหู แต่โลกไม่ได้เป็นอย่างนั้น เราต้องอยู่ในแวดล้อมของคนและสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ตลอดเวลา ความเหนื่อยมักเกิดขึ้นจากสิ่งที่เหนือการควบคุมพวกนั้นนั่นเอง ยิ่งพยายามควบคุมก็ยิ่งเหนื่อย 

เวลาพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะทำอะไรสักอย่างให้บรรลุล่วงนั้นไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก มันจะเหนื่อยก็ต่อเมื่อไม่มีคนเข้าใจความพยายามนั้นต่างหากล่ะ เหมือนนักวิ่งมาราธอนที่วิ่งมาตลอดสี่สิบสองกิโลเมตรแล้วเมื่อมาถึงปลายทางแล้วกลับปรากฏว่ามันไม่มีเส้นชัย ทางที่วิ่งมาตลอดเหมือนจะเป็นทางที่ผิด ความพยายามทั้งหลายดูคล้ายจะมีค่าไม่มากกว่าศูนย์สักเท่าไหร่ เราจะเหนื่อยก็ในวินาทีนั้นนั่นแหละ บางคนถึงกับทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างสิ้นไร้เรี่ยวแรง ต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควรกว่าจะรวมพลังครั้งใหม่เพื่อออกวิ่งได้อีก 

จริงอยู่ว่ามันน่าเหนื่อย สำหรับทางไกลๆ ที่วิ่งมาแล้วไม่เจอเส้นชัย หรือเส้นชัยถูกคนอื่นฉวยไปด้วยอกที่ผึ่งผายขนดกดำไปเสียแล้ว แต่จริงๆ สิ่งที่ได้มาในตลอดทางที่วิ่งมาคือกล้ามเนื้อขาและหัวใจที่เข้มแข็งขึ้น ยิ่งออกแรงเยอะก็ยิ่งแข็งแรง ยิ่งเหนื่อยมากก็ยิ่งเหนื่อยยากขึ้นในวันถัดไป 

เสียเหงื่อให้มากในวันนี้ จะได้ไม่ต้องเสียน้ำตาในวันหน้า รุ่นพี่ซาดิสม์คนหนึ่งเคยบอกกับเราไว้ ราวกับว่าน้ำตากับน้ำเหงื่อมันใช้น้ำจากบ่อเดียวกัน แต่เมื่อมานั่งคิดไปมาก็เห็นว่ามันก็มีเค้าความจริงอยู่ 

คนเราเหนื่อย เศร้าและเสียใจเหมือนกันทั้งนั้นแหละมั้ง แต่คนแข็งแรงจะร้องไห้น้อยกว่า อาจจะหายเหนื่อยได้ไวกว่า กลับมาลงสนามมาราธอนครั้งใหม่ได้ไวกว่าคนที่กล้ามเนื้อหัวใจไม่แข็งแรง ซึ่งไม่ได้หมายความว่าการกลับมาไวกว่าเป็นสิ่งที่ดี บางทีหากเหนื่อยนักก็พักยาวๆ รักษาอาการปวดเมื่อยเจ็บแสบให้หายดีก่อนแล้วค่อยมาลงสนามกันใหม่ก็อาจจะดีกว่า ของแบบนี้ต้องว่ากันเป็นกรณีไป ไว-ช้าไม่สำคัญหรอกมั้ง คนเราไม่ได้เรียนรู้จากการวิ่งเท่านั้น ระหว่างพักฟื้นเราก็ได้ทำความเข้าใจความปวดร้าวกล้ามเนื้อไปด้วยไม่ใช่หรือ 

เหนื่อยก็เหนื่อย แต่ก็ยังอุตส่าห์มานั่งลงเขียนพจนานุกลมคำว่า เหนื่อย จะเพื่ออะไรล่ะ หากไม่ใช่เพราะอยากจะรู้ความหมายแท้ๆ ของมันว่าหมายความว่าอย่างไร มันมี ความหมาย ยังไงกับชีวิต แล้วคนเราจะเหนื่อยกันไปเพื่อให้ได้อะไรขึ้นมา 

ความเหนื่อยบางครั้งนำมาซึ่งความปิติ มีคนจำนวนไม่น้อยที่เหน็ดเหนื่อยเพื่อคนอื่น ยิ่งเหนื่อยก็ยิ่งสุข บางคนก็ยอมทนเหนื่อยเพื่อความฝัน รอวันนั้นมาถึงแล้วความเหนื่อยก็จะหายเป็นปลิดทิ้ง เหมือนนักกีฬากระโดดน้ำของจีนคนหนึ่งซึ่งกระโดดน้ำวันละร้อยหนทุกวันมาเป็นเวลาสิบหกปี เพียงเพื่อใช้เวลาแค่หนึ่งจุดเจ็ดวินาทีในการกระโดดลงมาด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ แล้วคว้าเหรียญทองในโอลิมปิกไปในที่สุด ผมตั้งใจไว้ว่าผมจะฝึกฝนตัวเองกระทั่งกลายเป็นเข็ม -- ฝนร่างให้เป็นเข็มยังไงยังงั้น 

ในระหว่างที่เหนื่อยเรามักจะมองไปข้างหน้าแล้วบอกกับตัวเองว่าอีกไม่นานก็จะหายเหนื่อยแล้ว แต่ความเหนื่อยก็เหมือนคลื่น ลูกเก่าผ่านไป ลูกใหม่ก็โถมเข้ามาอีก ตราบที่ยังเป็นปลาเป็นก็ต้องว่ายทวนน้ำกันต่อไปเพื่อพิสูจน์กับคลื่นว่า ตูข้ายังมีชีวิต! 

แต่เดี๋ยวก่อน! คนเราไม่ใช่ปลา การว่ายโต้กระแสคลื่นไปข้างหน้าเพียงเพราะว่ามันเป็นไปตามสัญชาตญาณเท่านั้นไม่น่าจะพอ เราน่าจะรู้ว่ากำลังจะว่ายไปสู่ที่ใด และเพื่ออะไรกัน คล้ายกันกับเวลาเดินเขา ต่อให้เหนื่อยแค่ไหนแต่พอหันไปมองเห็นยอดที่ตั้งใจจะขึ้นไปยืนสูดอากาศบริสุทธิ์บนนั้นก็จะมีแรงพลังก้าวต่อไป แต่ถ้าเราเอาแต่ว่ายไปข้างหน้าเหมือนปลา แล้ววันหนึ่งมีเพื่อนปลาตัวหนึ่งหันมาถามว่า นี่มึงกำลังจะว่ายโต้คลื่นไปไหนวะ แล้วตอบไม่ได้ ก็คงจะหมดแรง หยุดสะบัดครีบ เพราะไม่รู้จะว่ายให้เหนื่อยไปทำไม 

แต่บางครั้งในบางจังหวะเราก็เผลอเป็นปลาไปเหมือนกัน ตั้งหน้าตั้งตาว่ายจ้ำเอาจ้ำเอา แต่ไม่รู้ว่าจะว่ายไปที่ไหน ความเหนื่อยครั้งนี้จะนำไปสู่อะไร ความเหนื่อยที่ไม่มีจุดหมาย ไม่มีคำตอบแบบนี้เองล่ะมั้งที่น่าเหนื่อยเป็นที่สุด 

คำตอบของความเหนื่อยไม่จำเป็นต้องสวยงาม หล่อเหลา และอาจไม่ต้องป่าวประกาศบอกใคร แค่บอกกล่าวกับตัวเองในใจได้ก็ดีเท่าไหร่แล้ว  

ขึ้นชื่อว่าเป็น สิ่งมีชีวิต ก็ต้องมีช่วงเวลาให้เหนื่อยกันทั้งนั้น ถ้าเหนื่อยแบบมีความหมาย ตอบตัวเองครั้งใดก็ได้ทุเลาความเหนื่อยลง แต่ถ้าเหนื่อยแบบไร้ความหมาย เมื่อตัวเองถามขึ้นมาในใจทีไรก็ยิ่งเหนื่อยหนักเข้าไปทุกที 

ความหมาย หรือ คำตอบ ของความเหนื่อยจึงไม่ต่างอะไรกับเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ในยามที่เหนื่อยล้า แค่เปิดฝาออกมาซด ตาก็จะสว่าง สร่างจากอาการมึนเหงื่อ กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันใด และพร้อมที่จะเดินต่อไปจนกว่าจะเหนื่อยใหม่อีกครั้ง

พจนานุกลม: ใหม่

posted on 02 Jan 2008 21:20 by roundfinger in Dictionary

เรามักมีความหวังกับคำว่า ใหม่ ใช่หรือไม่ว่าเพราะเราไม่พอใจกับสิ่งเดิมๆ ที่มีอยู่ สิ่งที่เรากำลังใช้ชีวิตอยู่กับมัน เราจึงโหยหาสิ่งใหม่เสมอ หรือเอาเข้าจริงแล้วคนเราไม่เคยพอใจอะไรง่ายๆ สิ่งที่เคยดี พออยู่กับมันไปนานวันเข้า ขี้คร้านก็จะบอกว่าน่าเบื่อหน่าย และสุดท้ายก็กลายเป็นสิ่งเก่าๆ ที่อยากจะโยนมันลงถังขยะ เพราะมันเริ่มมีริ้วรอย เริ่มชินตา ชินชา ไม่ตื่นเต้น ไม่สนุก ที่เคยคิดว่าดีจึงกลายเป็นดีไม่พอ ซึ่งว่าไป ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า คำว่า ดีพอ มันหมายถึงอะไร  

ดีพอ อาจจะไม่มีอยู่จริง แต่ พอดี น่ะมีแน่ และ พอ ก็มักจะ ดี ทุกทีเลย

ทำไมจึงเขียนไปว่าอย่างนั้น ก็เพราะมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นในเวลาที่เรารู้สึกว่า พอ น่ะสิ เวลากินข้าวจนพอแล้ว วิ่งจนพอ อ่านหนังสือจนพอ เรามักจะรู้สึกดี ถ้าทำเกินก็รู้สึกอึดอัด เหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า ตรงข้ามกับความรู้สึกขาด ซึ่งมักจะนำมาซึ่งความกระวนกระวาย ว้าวุ่น หวิวๆ ส่ายตาหาสิ่งเติมเข้าไปในตัวเสมอๆ เรียกอีกชื่อว่า ไม่พอ คนที่รู้สึกขาดก็ไม่ต่างอะไรกับตัวการ์ตูนวงกลมที่แหว่งหายไปหนึ่งซีกในการ์ตูนเรื่อง “The Missing Piece” ต้องกลิ้งตัวตามหา ส่วนที่หายไป อยู่ตลอดเวลา 

ซึ่งจริงๆ แล้วคนเราคงมี ส่วนที่หายไป ทั้งนั้นแหละ บางคนได้เจอมันเหมือนที่วงกลมแหว่งๆ ใน The Missing Piece ภาคแรกได้เจอ ส่วนที่หายไป แต่บางคนก็เลือกที่จะเติมส่วนที่แหว่งวิ่นนั้นให้เต็มขึ้นมาด้วยตัวเอง เหมือนที่ The Missing Piece ได้ทำในตอนที่เจอ Big O ในภาคสอง ซึ่งทั้งหมดนั้น ไม่ว่าด้วยวิธีไหน วงกลมที่ไม่เต็มก็เต็มขึ้นมาในที่สุด และก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สมบูรณ์ขึ้น ยิ่งมี ส่วนที่หายไป มาก ยิ่งมีความอยากมาก ก็ยิ่งเหนื่อย และก็ต้องวิ่งไล่ล่าหา ส่วนที่หายไป อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางครั้งส่วนๆ นั้นได้รับการเติมให้เต็มแล้ว แต่พออยู่ไปนานวันก็กลับรู้สึกว่า ไม่พอ ก็ทำให้ต้องกลิ้งตัวออกตามหาส่วนใหม่ๆ เติมเข้าไปใหม่ 

ส่วนใหม่ๆ จึงมาพร้อมความหวัง เหมือนวันปีใหม่ ที่ทุกคนตั้งใจจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ เสมอ ทั้งที่จริงๆ แล้วเราก็มีเดือนใหม่ทุกเดือน สัปดาห์ใหม่ทุกสัปดาห์ วันใหม่ทุกวัน ชั่วโมงใหม่ทุกชั่วโมง นาทีใหม่ทุกนาที หากเราได้มานั่งทบทวนเรื่องร้ายดีเหมือนที่ได้ทำในช่วงท้ายปี ไม่ต้องถึงขั้นทุกนาทีหรอก (ทำแบบนั้นก็เพี้ยนแล้ว!) เอาแค่ทุกๆ วันก่อนนอน เราก็คงจะได้เริ่มต้นอะไรดีๆ ทุกเช้าวันใหม่ และได้เรียนรู้จากสิ่งที่เราผิดพลาดไปในทุกวัน ไม่ต้องรอให้ปฏิทินถูกฉีกไปตั้งสามร้อยหกสิบห้าวันแล้วค่อยมาทบทวน ป่านนั้นก็เสียไปหนึ่งปี ลืมเรื่องร้ายดีไปหมดแล้ว 

ความใหม่ที่มาพร้อมกับความหวังจึงมาเยี่ยมเยือนเราเสมอ อยู่ที่เราจะนับมันเป็นความใหม่หรือไม่ หรือเราต้องรอนับถอยหลังพร้อมกับคนเยอะๆ เราจึงจะรู้สึกว่า เออเว้ย มันใหม่จริงๆ ว่ะ 

สิ่งของรุ่นใหม่ มักราคาแพงกว่ารุ่นเก่า และดูเหมือนจะมีคุณภาพที่ดีกว่า มีเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้น หนังสือใหม่ดูน่าตื่นเต้นและร่วมสมัย อัลบั้มใหม่ก็น่าลองฟัง หนังใหม่ก็น่าลองดู โลกหมุนเวียน เก่าไป ใหม่มา เป็นวัฏจักร คนใหม่ก็ย่อมชอบอะไรใหม่ๆ คนเก่าก็มักจะชอบอะไรใหม่ๆ ในยุคสมัยเขา เหมือนพ่อแม่เราที่ยังยิ้มตาเยิ้มทุกครั้งที่ได้ฟังเพลงสุนทราภรณ์ หรือเอลวิส เพรซลีย์ แล้วก็หันมาบอกกับเราว่า สมัยนั้นเพลงแบบนี้ถือว่าใหม่มาก 

ใหม่วันนี้จึงกลายเป็นเก่าในวันหน้า แต่บางครั้งคนเราก็เหมือนจะหยุดเวลาไว้กับยุคสมัยของเรา บางทีเหมือนโลกจะหยุดหมุนตั้งแต่เราสิ้นวัยหนุ่มสาว โลกใบหนุ่มใบสาวนั้นยังคงหมุนอยู่กับที่ ไม่ได้หมุนไปตามโลกใบใหญ่ที่มันหมุนไป วันที่เราเริ่มรู้สึกว่าเพลงสมัยใหม่ไม่เพราะ หนวกหู รู้สึกว่าเด็กยุคใหม่แต่งตัวไม่น่ารัก นั่นแปลว่าเรายังหมุนอยู่ในโลกใบเก่า ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา และน่ารักดีด้วยซ้ำ อาจารย์สมัยมหาวิทยาลัยท่านหนึ่งแกชอบนุ่งกางเกงสแล็กรัดก้นจนเต่งตึง เป้าก็ตึงไม่แพ้ก้น แต่ดูแล้วมันช่างเหมาะสมกับบุคลิกท่าทางแกเสียเหลือเกิน ดูแล้วหนุ่มดีจัง เหมือนแกยังคงหนุ่มอยู่ในยุคของแก ไม่ได้แก่ไปตามกาลเวลา 

ความใหม่ นอกจากหมายถึงความหวังแล้วบางครั้งมันก็หมายถึงความผิดหวังเช่นกัน เพราะความใหม่เป็นสิ่งที่เรายังไม่รู้จักดี การหยิบป๊อกกี้รสใหม่ขึ้นมากิน อาจไม่อร่อยถูกใจเท่ารสเก่าที่คุ้นเคย บางคนชอบลอง ขณะที่บางคนไม่ชอบ คนชอบลองอะไรใหม่ๆ มักจะได้เจออะไรที่มากกว่า แต่ก็ต้องพร้อมรับกับความผิดหวังที่เยอะกว่าด้วย คนใหม่ๆ ก็เหมือนกันใช่ไหม การได้พบเจอ รู้จักกับคนใหม่ๆ เป็นช่วงเวลาที่น่าสนุก การค่อยๆ กระเทาะเปลือกของคนแปลกหน้า ให้หลุดออกมาจนเห็นใบหน้าที่แท้จริง ต้องใช้เวลาและการโต้ตอบ รับส่งกันช่วงเวลาหนึ่ง กว่าที่คนใหม่จะกลายเป็นเพื่อน เป็นคนรู้จัก หรือกระทั่งคนรัก นั่นไงล่ะ คนรักใหม่มักมาพร้อมความหวังอันสดใสเหมือนป๊อกกี้รสใหม่นั่นเอง เหมือนที่ฟอร์เรส กั๊มพ์ บอกไว้ ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแล็ต เราไม่รู้หรอกว่าอะไรอยู่ข้างใน เมื่อได้ช็อกโกแล็ตกล่องใหม่มาวางอยู่ตรงหน้า มันก็ยั่วยวนใจให้แกะออกดูอยู่แล้ว จะขมหรือหวานก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง 

เช่นกันกับเรื่องการหยุดโลกไว้ ณ เวลาหนึ่ง บางครั้งก็อยากหยุดโลกของความสัมพันธ์ไว้ ณ เวลานั้น อยู่ในโลกใบเล็กๆ ที่มีคนที่เราคุ้นเคย เพื่อนเก่าๆ แฟนคนเดิม ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น เพราะบางครั้งสิ่งเก่าๆ นั้นหมายถึงความปลอดภัย การรู้ทางหนีทีไล่ ความเข้าอกเข้าใจ และการได้เป็นตัวของตัวเอง 

ยามที่เราได้เห็นคนแก่สองคนเดินจูงมือกัน เรารู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย ยาวนาน และยั่งยืน ต่างจากในยามที่เห็นหนุ่มสาวคลอเคลีย กอด จูบ เล่นหัวกัน เราสามารถรู้สึกได้ถึงความไม่แน่นอน แม้ว่ามันจะดูสดใสร่าเริงและเต็มไปด้วยพลังมากกว่าก็ตาม แต่พลังก็หมายถึงความไม่หยุดนิ่งและแปรเปลี่ยนด้วยใช่ไหม แต่ก็อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายเกินไป ก็คู่หลังไม่ใช่หรือที่จะเติบโตไปเป็นคู่แรก แก่ย่อมงอกเงยมาจากหนุ่มสาว อยู่ที่เมื่อไหร่กันที่พวกเขา-หนุ่มสาว-จะรู้สึกว่าพอใจกับคนเก่าๆ คนนั้น เมื่อไหร่กันที่คนเก่าๆ คนนั้นให้ความรู้สึกปลอดภัย 

บางครั้งความปลอดภัยก็เป็นอีกความหมายของคำว่าน่าเบื่อ ความต่างอาจอยู่ตรงที่เมื่อยามยังหนุ่มสาวนั้นยังคงอยากออกไปเผชิญโลก อยากเห็นสิ่งใหม่ๆ และท้าทายอยู่ตลอดเวลา เมื่ออยู่กับสิ่งเก่าๆ นานเข้าจึงรู้สึกว่าน่าเบื่อ แต่พอแก่ตัว เริ่มขี้เกียจจะตะเกียกตะกายออกไปพิชิตโลกแล้ว อยากนั่งนิ่งๆ อยู่บนโซฟาตัวเก่าที่เบาะมันยุบไปเป็นรอยตูดขนาดเท่าตูดของเราพอดี เพราะนั่งบนมันมาตั้งหลายปีดีดัก เวลานั้นเราอาจจะรู้สึกต้องการความปลอดภัย อุ่นใจ และนิ่งสงบจากของเก่าๆ มากกว่าในสมัยที่ยังเป็นหนุ่มปึ๋งปั๋งสาวดึ๋งดั๋งเมื่อครั้งยังเยาว์ 

ไม่แน่หรอก เมื่อถึงวันนั้น เพลงเก่าๆ อาจจะเริ่มมีคุณค่าและสวยงามกว่าเพลงใหม่ด้วยซ้ำ เพราะมันพกพาเอาภาพความทรงจำเก่าๆ มาลอยวนอยู่ตรงหน้า หนังสือเล่มเดิมที่เธอคนนั้นเคยยื่นให้ หนังเรื่องเก่าที่เราเคยดูด้วยกัน ภาพทรงจำเหล่านั้นมักจะสวยงาม อบอุ่น และปลอดภัย เป็นภาพเก่าๆ ที่เรารู้จักมันดี บางภาพก็อยากให้มันเกิดขึ้นอีก แต่ก็เป็นไปไม่ได้แล้ว เมื่อชีวิตเดินทางมาถึงวันหนึ่ง เราอาจไม่ต้องการอะไรใหม่ๆ มาเติมใส่เข้าไปอีก แต่เรากลับโหยหาสิ่งเก่าๆ ที่เราไม่สามารถย้อนกลับไปหามันได้ 

แล้ววัฏจักรก็ทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ เราจะกลับไปเป็นวงกลมวงนั้นอีกครั้ง เราจะกลับไปยังสถานะของ The Missing Piece เราจะมี ส่วนที่หายไป และรู้สึกแหว่งวิ่นอีกหน ต่างกันก็แค่ ครั้งนี้เราคงจะไม่กลิ้งหลุนๆ เพื่อมุ่งหน้าหาสิ่งใหม่ๆ มาเติมเต็มอีกแล้ว เพราะเราได้รู้แล้วว่า ส่วนที่หายไป นั้นได้หายไปแล้วตลอดกาล แต่แทนที่จะว้าวุ่น กระวนกระวาย เหมือนเมื่อครั้งหนุ่มสาว เราอาจจะหย่อนก้นลงบนโซฟาตัวเก่า แล้วยิ้มพรายออกมา ยิ้มอย่างคนแก่ที่รู้ว่า-ชีวิตมันก็เป็นของมันเช่นนี้ 

เคยไม่มีออกตามหาเติมเต็มจากไปและกลับมาแหว่งวิ่นอีกครั้ง 

และวันนั้น เราก็แค่นั่งนึกถึงภาพเก่าๆ ในเวลาที่มันสมบูรณ์ ยิ้มให้กับช่วงเวลานั้นอย่างพอใจ

ยิ้มให้กับสิ่งเก่าที่ถูกเอาออกมาชื่นชมใหม่

พจนานุกลม: ที่สุด

posted on 25 Dec 2007 20:46 by roundfinger in Dictionary

นับวันยิ่งพบว่าคำว่า ที่สุด ในชีวิตของตัวเองลดน้อยลงเรื่อยๆ เวลาเจอคำถามที่มีคำว่า ที่สุด ในประโยคคำถามมักจะตอบไม่ค่อยได้ อึ้งไปสอง-สามวินาที และก็ยิ้มแหยๆ ส่งเสียงแหะๆ แล้วบอกกับคนตรงหน้าไปว่า คิดไม่ออกอะ  

ชอบหนังสือเล่มไหนที่สุดในชีวิต

ชอบหนังเรื่องไหนที่สุด

ชอบเพลงอะไรที่สุด

ชอบดาราคนไหนที่สุด

รวมไปถึงคำถามที่อาจจะตอบยากกว่า อย่าง...

รักเพื่อนคนไหนที่สุด

สนิทกับเพื่อนคนไหนที่สุด

หมาที่เลี้ยงมารักตัวไหนที่สุดแหม

มันยากนะไอ้การที่จะตอบประโยคคำถามพวกนี้ 

กำลังคิดว่า คำว่า ที่สุด มันอยู่ใต้กฏแห่งการเปลี่ยนแปลงของโลกและชีวิต ที่สุดของวันนี้อาจเป็นที่โหล่ของวันหน้า กระทั่งสิ่งที่เคยหลงใหลนักหนา วันหนึ่งมันอาจจะไม่ติดอยู่ในลิสต์บัญชีรายชื่อของสิ่งที่ชอบเลยก็เป็นได้ หนัง หนังสือ เพลงที่ยังคงมีคำว่า ที่สุด อยู่ในใจ มักจะเป็นสิ่งที่ได้ชมได้ดูได้อ่านได้ฟังในวัยเยาว์ วันที่เรายังเห็นโลกน้อย และประทับใจกับอะไรแล้วฝังแน่น ติดทนราวกับถูกชโลมไว้ด้วยกาวตราช้าง 

ในวัยเด็กเมื่อประทับใจกับอะไรง่าย จึงไม่ยากที่จะมีคำว่า ที่สุด และหากเราหยุดความรู้สึกเอาไว้ตรงนั้น สิ่งเหล่านั้นจะยังเป็นที่สุดอยู่เสมอ อย่าเผลอไปสัมผัสมันอีกครั้งก็แล้วกัน เผลอๆ คำว่าที่สุดจะหลุดร่อนหายไปและไม่สามารถแปะกลับเข้าไปได้ดังเดิม เพราะกาวเก่าย่อมหมดสภาพเป็นธรรมดา 

ทุกครั้งที่คิดจะย้อนกลับไปอ่านหนังสือที่เคยชอบมากๆ ดูหนังที่เคยหลงรัก มักจะเกิดความรู้สึกกังวลกับตัวเองอยู่ลึกๆ เหมือนกำลังจะเปิดประตูเข้าไปเจอเพื่อนเก่าที่เราไม่รู้ว่า เมื่อเราเปลี่ยนไปแล้ว เรากับเขาจะยังคุยกันสนุกและรู้เรื่องเหมือนเดิมไหม เราจะยังประทับใจกันหรือเปล่า หรือเรื่องราวสนุกๆ ในวันก่อนจะไม่สนุกเท่าวันนั้นแล้ว และก็ต้องรู้สึกเสียดายทุกครั้งในยามที่หวนกลับไปหาสิ่งที่เคยชอบทั้งหลายแล้วไม่ประทับใจเท่าห้วงเวลานั้น บ่อยครั้งจึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกและความทรงจำดีๆ เอาไว้เหมือนเดิม แม้เลือนลางก็ยังจำได้ว่าชอบมันมาก  

อายุและตัวเลขบนปฏิทินที่เลยผ่านค่อยๆ กระซิบบอกกับเราว่า ไม่มีอะไรเป็นที่สุด ตราบที่เรายังคงเดินหน้าเปิดประตูบานใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ยังคงเดินทางออกสู่โลกใบใหญ่ที่ยังมีอะไรให้รู้จักอีกมาก เราจะพบกับสิ่งที่สุดอีกหลายอย่าง แต่เราก็จะตื่นตะลึงกับมันทุกครั้งที่ได้เห็นมันเป็นครั้งแรก และค่อยๆ จืดจางลงเมื่อได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ที่ชวนให้ตื่นเต้นหรือกระทบกับความรู้สึกมากกว่า 

เราอาจจะได้มาสรุปความเป็นที่สุดกับตัวเองอีกครั้งเมื่อวันที่เราหยุดเดินแล้ว นั่งนิ่งๆ บนม้านั่งตัวเก่าแล้วนึกย้อนว่ายังมีสิ่งใดบ้างที่ยังติดอยู่ในซอกสมอง แต่เมื่อถึงวันนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเราจะยังคงเชื่อความหมายของคำว่าที่สุดอยู่หรือเปล่า 

เพราะจะว่าไปที่สุดก็ไม่ได้มีความหมายอะไร และไม่ใช่ความจริงแท้ ที่สุด-เกิดขึ้นต่อเมื่อใครคนหนึ่งทำการเปรียบเทียบ เมื่อเกิดที่สุดขึ้นที่ไหน ก็แปลว่ามีผู้ตกเป็นรอง ณ ที่นั้น ที่สุดอาจจะดีใจอยู่ไม่กี่วัน หลังจากนั้นตัวเองก็ต้องตกเป็นผู้เป็นที่อยู่ข้างล่างบ้าง 

ช่วงนี้ได้ดูหนังดีๆ หลายเรื่อง อ่านหนังสือดีๆ ก็หลายเล่ม ชอบ แต่ก็แปลกที่ไม่ได้ประทับใจมากมายและนำขึ้นหิ้งหนังหรือหนังสือในดวงใจเหมือนเมื่อก่อน อาจเพราะกลัวจะล้นหิ้ง และเหตุผลอีกอย่างก็อาจเพราะหิ้งถูกรื้อไปแล้ว 

ฟังดูเหี่ยวๆ หดหู่ เมื่อใครคนหนึ่งรื้อหิ้งหนังสือในดวงใจลงจากฝาผนัง เหมือนความสามารถในการแยกแยะความชอบความชังลดน้อยถอยลงเมื่ออายุคืบคลานเข้าใกล้วัยทอง (เฮ้ย ยังอีกนาน) แต่หากลองนึกภาพของชายวัยทองกับกองซีดี, ดีวีดี และหนังสือนับพันเล่ม ว่างๆ ก็หยิบมันขึ้นมาเปิดฟัง, ดู และอ่านเล่น ภาพเก่าๆ ความคิดเก่าๆ และแรงบันดาลใจใหม่ๆ ก็เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ของดีมีมาก เมื่อเรารู้แล้วเราจึงเข้าใจเสียทีว่า มันมากเกินกว่าที่จะจัดสิบอันดับอะไรก็ตามในดวงใจ และแทนที่จะเอาเวลามานั่งจัดอันดับ เอาเวลาไปสัมผัสอะไรใหม่ๆ มากองไว้อีกดีกว่า 

ความไม่มีที่สุด ทำให้การตัดสินลดลงอีกด้วย ไม่ต้องให้คุณค่ากับทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนที่ครูคอยให้คะแนนนักเรียน ไม่ต้องพิพากษาเหมือนศาลยุติธรรมลงค้อนกับจำเลย ไม่ต้องให้ดาวเหมือนนักวิจารณ์ในนิตยสารทั้งหลาย และก็มีความสุขกับการเสพสิ่งต่างๆ เหล่านั้นด้วยใจ แตะต้องมันด้วยความรู้สึกสะอาดๆ ซึ่งก็น่าจะนำมาซึ่งความสบายใจ เมื่อไม่ตัดสินก็รับและสัมผัสมันอย่างที่มันเป็น จำได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ตามแต่ว่าสิ่งนั้นจะกระทบมาก-น้อยแค่ไหน 

ไม่ใช่แค่หนัง หนังสือ หรือเพลง แต่ยังรวมไปถึงสถานที่ คน สิ่งของ และเรื่องราวต่างๆ เช่นกันกับคำถามว่า ชอบประเทศอะไรที่สุด ประทับใจกับอะไรที่สุด แปลกดี เวลามานั่งนึกนี่มันขุดไม่ค่อยออก แต่ถ้าลองให้นึกนานสักหน่อยจะบอกได้ว่าชอบไอ้นี่เพราะอย่างนั้น ชอบไอ้นั่นเพราะอย่างนี้ มีเหตุการณ์ดังต่อไปนี้เกิดขึ้นในที่นั้น ในช่วงเวลานั้น แต่เมื่อลองซักต่ออีกสักหน่อยว่า แล้วชอบอะไรมากกว่า ก็ต้องตอบทุกทีเลยว่า ก็ชอบคนละแบบนะ 

เหมือนแทงกั๊กอย่างกับพรรคชาติไทย แต่มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ มองให้ดีอะไรต่อมิอะไรมันก็มีดีในความแตกต่างของมัน โตเกียวไม่มีภูเขาเหมือนเนปาล แต่เนปาลก็ไม่มีแสงสีและวัยรุ่นน่ารักเหมือนโตเกียว หิมาลัยยิ่งใหญ่แต่ก็ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเหมือนนครวัด และนครวัดก็ไม่มีกระจกสีประดับเหมือนวัดพระแก้ว แล้วพี่จะให้ผมให้คะแนนเหมือนครูเหรอครับว่าอะไรมันสวยกว่า อะไรน่าประทับใจกว่า จนด้วยความสามารถจริงๆ

ความแตกต่างจึงดูจะน่ารักกว่าความเป็นที่สุด หากใครสักคนมองสิ่งต่างๆ ในแง่งามที่ต่างกันไปของสิ่งนั้นสิ่งนี้ก็คงจะมีสิ่งดีสิ่งงามหลายอย่างในดวงใจ โดยไม่จำเป็นต้องจัดอันดับหรือไม่ต้องแปะสติ๊กเกอร์คำว่าที่สุด

เช่นกันกับการดำเนินชีวิตและการทำงาน ในวงการโฆษณาจะมีการแจกรางวัลให้กับผลงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ที่สุดประจำปีในสาขาต่างๆ ก็คล้ายกันกับในวงการอื่นไม่ว่าหนัง เพลง หรือหนังสือ จะว่าไปการแจกรางวัลที่สุดเหล่านี้ได้จัดตั้งคุณค่าแบบหนึ่งให้กับผู้ที่ต้องการรางวัล แต่ละเวทีก็มักจะมีบุคลิกของคุณค่าความดีงามต่างกันไป ผลงานที่สุดที่ได้รับรางวัลมักได้รับการถกเถียงกันในวันรุ่งขึ้นเป็นประจำ แทบทุกเวที ไม่ว่าวงการไหน และแน่นอนว่า ผลงานที่เรามักจะได้ยินเสียงถกเถียงเสียงดังที่สุดก็คือผลงานที่ได้รับรางวัล ที่สุด นั่นเอง

เพื่อทำงานให้ได้รางวัลที่สุดนั้น บางคนมองไปที่รางวัลมากกว่าสิ่งที่ตัวเองอยากทำ การคิดงานเพื่อรางวัลเป็นการคิดจากข้างนอกเข้ามาข้างใน แต่ผมชอบงานที่คิดจากข้างในออกไปข้างนอกมากกว่า เพราะข้างในของแต่ละคนนั้นน่าสนใจ เต็มไปด้วยความหลากหลาย และไม่เคยเลยที่จะซ้ำกัน เราจะได้งานที่น่าสนใจมากมายหากทุกคนคิดงานออกมาจากตัวเอง แต่เราจะได้งานที่ซ้ำกันจำนวนมาก หากทุกคนคิดงานเพื่อหวังรางวัลเดียวกันนั้น

รางวัลที่สุด-ที่จะมีคนชื่นชม ก่นด่า พูดถึงเสียงดังขรม และก็จะเงียบเสียงลงในเวลาไม่กี่เดือน

แต่งานที่สร้างสรรค์ออกมาจากตัวเอง เราจะจดจำรากความคิด รวมไปถึงความรู้สึกขณะที่สร้างมันขึ้นมาตอนนั้นได้เสมอ เหมือนการดำเนินชีวิต เมื่อเราไม่ได้ดำเนินหรือทำสิ่งนั้นๆ ไปเพื่อหวังความเป็นที่สุด เราก็จะมีชีวิตในแบบของเรา ในแบบที่เราชอบ และเราเชื่อ ไม่ได้ดำเนินไปตามสิ่งที่สังคมเชื่อว่าสิ่งนั้น ดีที่สุด

จึงไม่มีคำว่า ที่สุด ในพจนานุกลม หรือถ้ามีก็คงเป็นคำที่ไม่มีความหมาย เพราะมันไม่คงทน ตั้งอยู่ แล้วก็ดับไป เหมือนไม่เคยมี

ในที่สุดแล้วไม่เคยมีสิ่งใดเป็นที่สุด