ต่อเวลา
posted on 27 Oct 2008 23:35 by roundfingerกลับมานั่งอ่านคำตอบที่แปะกันเข้ามาสนุกดีจังครับ เลยอยาก "ต่อเวลา" มาคุยเรื่องเวลาต่อ
จากคำตอบเกือบร้อย เท่าที่ลองสังเกต ดูเหมือนว่า "นอนหลับ" จะเป็นสิ่งที่คนเลือกทำมากที่สุด ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะผมเองก็อยาก "นอนต่อ" เหมือนกัน
แต่พอลองถามตัวเองดูจริงจัง ก็ได้คำตอบว่า คงใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงที่ได้มาไปกับการ "อ่านหนังสือ"
ซึ่งจะว่าไปก็เป็นกิจกรรมที่ทำอยู่บ่อยๆ และดูเป็นชีวิตปกติ (ไม่ต่างจากการนอนหลับพักผ่อน) ซึ่งในความปกติของคำตอบส่วนใหญ่นี่เองที่ทำให้ผมรู้สึกขึ้นมาว่า "เอ๊ะ ไปไปมามาคำถามต๊องๆ นี้มันก็น่าสนใจดีเหมือนกัน" เพราะมันไม่ได้ถามว่า "ถ้าเรามีเวลาว่างๆ สักเดือนหนึ่ง หรือปีหนึ่ง เราจะใช้มันไปกับอะไร" แต่มันถามง่ายๆ แค่ "ถ้ามีเวลาที่ได้มาฟรีๆ แค่หนึ่งชั่วโมงในวันเดียวเท่านั้น เราจะใช้มันไปกับอะไร" นั่นทำให้ความคิดไม่ฟุ้งกระจาย บางคนยังตอบด้วยซ้ำว่า "มันจะไปต่างอะไรนักหนา ก็แค่เพิ่มมาหนึ่งชั่วโมง"
ผมว่าคำตอบของหลายคนเป็นคำตอบของกิจกรรมในชีวิตประจำวันที่เราอยากทำที่สุด ไม่ว่าจะเป็นนอน, อ่านหนังสือ, ดูหนัง, นั่งคุยกับคนที่เราอยากคุย, เดินชมนกชมไม้, ถามไถ่ตัวเองเรื่องความฝัน, ฯลฯ ซึ่งก็ดูไม่ใช่เรื่องไกลตัวอะไร
ที่แปลกคือ-ทำไมเราอยากทำมัน ในหนึ่งชั่วโมงที่เพิ่มขึ้นมา
สำหรับตัวผมเอง ผมรู้สึกกับตัวเองเสมอว่า วันนี้ยังอ่านหนังสือได้ไม่หนำใจเลย บางวันที่หลับไปโดยไม่ได้อ่านหนังสือ ผมจะรู้สึกเหมือนเด็กโดดเรียน ปล่อยเวลาไปกับเรื่องเหลวไหลมากเกินไป อย่างบางวันที่เล่นเน็ตนานเกิน ก็จะรู้สึกแย่ๆ กับตัวเอง
จึงเหมือนว่าเรามีเรื่องที่อยากทำ ไม่ใช่เรื่องใหญ่โต เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัวนี่เองแหละ แต่เราไม่ได้ทำมันในวันปกติ หรือไม่ก็ทำไม่พอ ไม่หนำใจ จึงอยากทำเพิ่มเมื่อได้เวลาเพิ่มมา แต่พอได้เวลาเพิ่มมาจริงๆ เราก็ไม่ทำมันอยู่ดี เหมือนผมเมื่อวานนี้ที่อ่านหนังสือไปแค่ไม่กี่หน้าเท่านั้น
เวลาหนึ่งชั่วโมงจะว่าน้อยก็น้อย
จะว่ามากก็มาก
อย่างที่รู้กันดีว่า ช่วงเวลาแห่งความสุขผ่านไปไว
ผมเห็นด้วย แต่ผมว่าเราอาจต้องต่อท้ายไปสักหน่อยว่า ช่วงเวลาแห่งความเหลวไหลผ่านไปไวกว่า!
ข้อแตกต่างมีอยู่ว่า ช่วงเวลาแห่งความสุข เมื่อมันผ่านไปแล้ว เราไม่เสียดายที่ได้ใช้สอยมัน แต่ช่วงเวลาที่เราใช้มันไปกับสิ่งที่ไม่ได้อยากทำจริงๆ แค่เพลิดเพลินไปกับมันนั้น เราต้องมานั่งเสียดายเวลาทุกครั้งว่าทำไมเราไม่ใช้มันไปกับสิ่งที่เราอยากทำมากกว่านี้
เวลาหนึ่งชั่วโมงเหมือนจะไม่มีค่า ถ้าไม่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
แต่มันอาจจะมีค่ามาก ถ้าได้ทำในสิ่งที่อยากทำ
ภาพวาดระดับโลกนั้นเกิดจาก "หนึ่งชั่วโมง" หลายๆ "หนึ่งชั่วโมง" ประกอบเข้าด้วยกัน สิ่งประดิษฐ์ที่มีคุณประโยชน์ทั้งหลายก็เช่นกัน รวมถึงอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อใครคนนั้นใช้เวลา "หนึ่งชั่วโมง" ไปกับสิ่งที่อยากทำจริงๆ
เมื่อนั้น "หนึ่งชั่วโมง" ก็เป็นหนึ่งชั่วโมงที่เต็มอิ่ม
เวลาเป็นสิ่งสมมุติก็จริง แต่ความจริงที่ว่าชีวิตมีจุดสิ้นสุด และมีเวลาจำกัดก็จริงเช่นกัน
พูดง่ายๆ-เราต่างมีนาฬิกาของตัวเรา
เดินเร็วเท่ากัน แต่ตัวเลขบนหน้าปัดอาจไม่ใช่สิบสอง จะเป็นเลขอะไรคงแล้วแต่อายุขัยของแต่ละคน
บ้างเยอะ บ้างน้อย
เวลาที่ได้เพิ่มมาหนึ่งชั่วโมงเหมือนจะเป็นสิ่งสมมุติ แต่ก็ชวนให้ฉุกคิดว่า จริงๆ แล้วเรา "ปรับ" หรือ "กำหนด" เวลาของนาฬิกาของเราเองได้
"วันนี้ฉันจะเพิ่มเวลาให้ตัวเองหนึ่งชั่วโมง"
เราทำแบบนั้นได้ ไม่ยากเลย แค่ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำออกไป อาทิ ลดการเสียเวลากับอินเตอร์เน็ตและหน้าจอคอมพิวเตอร์ เราก็จะได้ "เวลาพิเศษ" มาหนึ่งชั่วโมง (หรือมากกว่านั้น)
เมื่อนั้นอยากนำมันไปใช้ทำอะไรก็ตามสะดวกแต่ไหนๆ ก็ได้มาทั้งที น่าจะใช้มันไปกับสิ่งที่อยากทำจริงๆ เพราะเดี๋ยวจะเป็นเหมือนเมื่อวานนี้ที่ได้เวลามาฟรีๆ อีก
คือ มีคำตอบว่าอยากใช้มันไปทำอะไร แต่กลับไม่ได้ใช้มันไปทำสิ่งนั้นจริงๆ
"เวลาพิเศษ" ที่กรรมการต่อเวลาให้ตอนแข่งขันฟุตบอลเป็นช่วงเวลาที่ "งวด" ที่สุด
ทีมที่นำอยู่ก็ต้องตั้งใจรักษาสกอร์เอาไว้ให้ได้
ทีมที่ตามก็ต้องบุกกระหน่ำเพื่อทำแต้มตีเสมอ
"เวลาพิเศษ" จึงเป็นเวลาแห่งความทุ่มเท
บางครั้งผมนั่งดูบอลผมยังสงสัย "ทำไมมึงไม่บุกแบบนี้ตั้งแต่แรก "
คำว่า "เวลาพิเศษ" จึงเหมือนเป็นคำศักดิ์สิทธิ์ ได้ยินแล้วทุ่มเทหนักกว่าเคย
ก็เหมือนการบริหารเวลาในชีวิตล่ะมั้ง
หากเราแบ่ง "เวลาพิเศษ" ที่ได้มาในแต่ละวัน เราคงใช้มันอย่างคุ้มค่ามากขึ้น
อย่ารอให้ถึงวันสุดท้าย แล้วค่อยบุกหนัก
เพราะถ้าทำประตูไม่ได้ เราคงต้องย้อนถามตัวเองว่า"ทำไมกูไม่บุกแบบนี้ตั้งแต่แรก"

(ลืมส่งหน้ายิ้ม)
#1 By (^_^)/nana on 2008-10-27 23:44