Photobucket

 

ชีวิตคนเราควรมี 'ครูถือไม้เรียว' ไว้อย่างน้อยสักหนึ่งคน

เมื่อครั้งเรายังเป็นเด็ก ตัวเล็ก แต่ใจใหญ่

อยากทำอะไรมากมายสารพัด

อยากพูดคำหยาบ อยากปล่อยเสื้อผ้ารุ่งริ่ง

อยากสูบบุหรี่ อยากขีดเขียนผนังห้องน้ำ

มีคนหนึ่งคนคอยปรามเราไว้

ผู้ปรารถนาดีคนนั้นคือ 'ครูถือไม้เรียว'

 

'ครูถือไม้เรียว' ไม่ใช่ครูที่นักเรียนรัก

แต่มักจะเป็นคนที่เราหวนคิดถึงเมื่อเวลาผ่าน

เราเติบโตโดยไม่ออกนอกลู่นอกทางมาได้ก็เพราะเขา

ตอนนั้นโกรธที่บางทีทำให้เรามีน้ำตา แต่พอโตมากลับคิดถึง

ที่คิดถึงเพราะยิ่งเติบโตยิ่งยากที่จะหาใครสักคนคอยถือไม้เรียวหวดก้นเรา

 

ใช่ว่าโตแล้วไม่ทำผิด ยิ่งโตยิ่งง่ายต่อการทำผิดด้วยซ้ำไป

แต่ไม่มีใครกล้าเสี่ยงเข้ามารับหน้าที่ตีก้นของเรา

เขากลัวเราไม่ชอบ กลัวเราโกรธ กลัวเราโมโหจนเลิกคบ

ใครก็อยากให้คนอื่นหยิบยื่นถ้อยคำดีๆ ใส่รูหู

น้อยคนที่อยากรู้ข้อผิดพลาดของตัวเอง

บางครั้งปากบอกอยากรู้ แต่พอหูได้ฟัง ใจกลับกระวนกระวาย

 

'ครูถือไม้เรียว' คือผู้ที่ไม่กลัวถูกเกลียด

พร้อมหยิกเนื้อหรือตีเราเจ็บๆ ให้เรารู้ตัวว่ากำลังทำอะไร

ว่ากำลังก้าวไปในทางที่ไม่ถูกต้อง

คนที่จริงใจและปรารถนาดีไม่ได้หาได้ง่ายๆ เหมือนตู้เอทีเอ็ม

หาพบเห็นควรรีบเข้าไปกด

สิ่งที่ไหลออกมามีค่ายิ่งกว่าเงินทอง นั่นคือคำติเตียน

 

คำชมไม่ได้ทำให้เราฉลาดขึ้น มีแต่คำด่าเท่านั้น

แน่นอน ต้องเป็นคำด่าที่ผ่านการกลั่นกรองมาอย่างดี

สิ่งที่ 'ครูถือไม้เรียว' ต้องการไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า

การเงี่ยหูรับฟังแล้วนำไปคิดทบทวน

ไม่จำเป็นต้องเชื่อทั้งหมด แต่อย่างน้อยก็เก็บไปคิด

หากเขาเตือนมาแล้วเราเอาแต่เถียงคำไม่ตกฟาก

ชีวิตนี้คงหา 'ครูถือไม้เรียว' ได้ยากขึ้นเรื่อยๆ

 

กร