ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน

posted on 18 Oct 2008 20:01 by roundfinger

(ขออนุญาตใช้พื้นที่ตรงนี้บันทึกและสื่อสารความรู้สึกส่วนตัวอีกครั้งนะครับ)

วันนี้ผมได้รับของขวัญวันเกิดเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ซึ่งคงไม่มีวางจำหน่ายตามร้านหนังสือ และผมคงหาซื้อไม่ได้แน่ๆ (ข้อมูลจากหน้าเครดิตบอกมาว่ามันถูกผลิตขึ้นมาเพียงยี่สิบเล่มเท่านั้นเอง) ก่อนที่จะรู้ว่าของขวัญชิ้นนี้คือหนังสือ ผมแกะซองสีน้ำตาลซองนั้นด้วยความตื่นเต้น อยากรู้ว่าข้างในคืออะไร เมื่อเปิดออกมาจึงเห็นการ์ดวันเกิดขนาดใหญ่ และหนังสือสีขาวที่มีตัวหนังสือบนหน้าปกว่า "Minute of Love - ความรู้สึกของฉันที่มีเธออยู่ด้วยกันอีกหนึ่งคนบนโลกใบนี้"

ผมรีบกรีดหน้าหนังสือเพื่อสแกนดูเนื้อหาคร่าวๆ เดาว่าน่าจะเป็นหนังสือทำมือรวมงานเขียนของชาวฟลาเนอร์ (กลุ่มผู้อ่านผู้น่ารักหลากรุ่นหลายวัยกลุ่มนี้เขาขนานนามตัวเองว่าอย่างนั้น) อีกเล่ม เพราะชาวฟลาเนอร์เคยทำหนังสือทำมือรวมงานเขียนในนาม around มาแล้วสองเล่มด้วยกัน

แต่แล้วก็ต้องสะดุดกับข้อความและชื่อเรื่องหลายเรื่องในนั้นที่ดูจะเกี่ยวข้องกับตัวผม

เมื่อพลิกมาดูหน้าแรกก็พบกับคำเฉลย

ในหนังสืออวยพรเล่มเล็กๆ เล่มนี้

อาจจะมีถ้อยคำไม่มากนัก

แต่มันก็เป็นความรู้สึกทั้งหมด ที่มีอยู่ในใจพวกเรา

ที่อยากจะบอกกับเธออีกครั้ง ในวันเกิดของเธอ วันนี้...

เป็นหนังสือที่เป็นของขวัญ

เป็นของขวัญที่สวยงามและประทับใจมากๆ ครับ

...

นานมาแล้วที่ไม่ได้อ่านตัวหนังสือของใครสักคนที่เขียนความรู้สึกถึงเรา (แน่นอน นั่นไม่ใช่เรื่องที่คนเราจะทำกันบ่อยๆ) เรามักจะเขียนหรือบอกความรู้สึกที่ดีๆ ต่อกันในวันที่จะต้องลาจาก อย่างสมุดค่ายตอนเลิกค่าย สมุดเฟรนด์ชิพตอนที่จะเรียนจบชั้น ป.หก, ม.สาม หรือ ม.หก และในบางกรณี เราก็มักได้ยินถ้อยคำดีๆ ที่ส่งถึงกันตอนที่คนคนนั้นหมดลมหายใจไปแล้ว ใครคนหนึ่งจะยืนขึ้นแล้วพูดความรู้สึกดีๆ ที่อยากบอก แต่คนคนนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ยินเสียแล้ว

แน่นอน ใครก็อยากฟังถ้อยคำดีๆ ที่จริงใจทั้งนั้น

แต่ไม่บ่อยนักหรอกที่เราจะส่งถ้อยคำดีๆ ให้แก่กัน

ตัวหนังสือของหนังสือเล่มนี้ทำให้อุณหภูมิรอบตัวอุ่นขึ้นระหว่างอ่าน รู้สึกเหมือนนั่งอยู่ท่ามกลางพี่ๆ น้องๆ

...

ผมไม่เคยคิดว่าการเขียนหนังสือจะทำให้ได้รู้จักกับพี่ๆ น้องๆ หลายๆ คน และยิ่งไม่เคยคิดว่าการอ่านหนังสือเล่มเดียวกันจะโยงใยให้คนนู้นคนนี้มาทำความรู้จักกันได้กลมเกลียวเช่นนี้ (ซึ่งอันนี้ผมว่ามันไม่เกี่ยวกับตัวหนังสือของผมเลย พี่ๆ น้องๆ เขารักใคร่และเอาใจใส่กันเองมากกว่า) แต่หนังสือเล่มนี้ก็บอกกับผมว่าระยะห่างระหว่างคนเขียนกับคนอ่านนั้นมีเส้นด้ายบางๆ โยงใยอยู่ เช่นกันกับระหว่างคนอ่านกับคนอ่านด้วยกันเอง

อยากขอบคุณทุกตัวอักษรที่พี่ๆ น้องๆ นำมาเรียงร้อยเข้าด้วยกันเป็นคำ เป็นประโยค และเป็นเรื่องราวที่สวยงามในความรู้สึก (แม้ผู้ชายบางคนจะเป็นนักซ่อนความรู้สึกตัวยงก็ตาม) ตัวอักษรในหนังสือเล่มนี้ทำให้อยากเขียนหนังสือให้ดีๆ และดีใจที่พวกมันได้เป็นเพื่อนกับพี่ๆ น้องๆ ในบางเวลา

ขอบคุณที่ทำให้น้ำตาไหลในวันเสาร์

การได้รู้ว่าตัวหนังสือของเราได้เข้าไปอยู่ในบางช่วงเวลาบางจังหวะของความคิดของคนนั้นคนนี้มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากๆ

ผมไม่ค่อยได้คิดว่าตัวเองเป็นนักเขียน แต่รู้ว่าตัวเองชอบเขียนหนังสือ และดีใจมากๆ ที่มีคนอ่านหนังสือที่ผมเขียนแล้วแลกเปลี่ยนความคิดกัน

โลกของเราอาจไม่ได้แบ่งเป็นสองซีก 'นักเขียน' กับ 'ผู้อ่าน'

แต่เราอยู่ในโลกกลมๆ ใบเดียวกันนี่แหละ เป็นเพื่อนกัน แค่เราคุยกันผ่านตัวหนังสือแทนที่จะมานั่งตักไอติมถ้วยเดียวกันที่สยามฯ แทนที่จะไปนั่งจุ่มลูกชิ้นหรือปลาสวรรค์ลงในหม้อสุกี้เดียวกันในร้านเอ็มเค

อาจไม่ได้ใกล้ชิดสนิทสนม แต่เราก็รู้จักผ่านความคิดอ่านของกันและกัน

"ขอบคุณมิตรภาพที่มอบให้" คำนี้ถ้าอ่านผ่านๆ เหมือนธรรมดา อยากให้ลองกลับไปอ่านมันช้าๆ อีกครั้ง คำว่า 'มิตรภาพ' มันน่ารักมากนะครับ

เราไม่รู้จักกันเลย เป็นใครก็ไม่รู้ ไอ้คนหนึ่งนั่งจิ้มคีย์บอร์ดอยู่กับบ้านในห้องแคบๆ อีกคนบังเอิญเดินไปเจอหนังสือแล้วหยิบกลับบ้านไปอ่าน แต่ก็ยินดีหยิบยื่น 'มิตรภาพ' ส่งมาให้ไอ้คนแรก ผมว่ามันเป็นเรื่องพิเศษมาก

...

ผมเคยอ่านหนังสือของพี่หนุ่ม-โตมร ศุขปรีชา เรื่องที่เขาเขียนจดหมายถึงบุคคลสำคัญทั้งหลาย ในคำนำเขาพูดถึงผู้ยิ่งใหญ่สองคน (ที่ผมจำไม่ได้แล้ว หนังสือก็อยู่ที่เมืองไทยซะด้วยสิ) ที่เขียนจดหมายถึงกันว่า "ผมดีใจที่ได้เกิดมาอยู่ในยุคสมัยเดียวกับคุณ"

ผมว่าคนเรามี 'เพื่อนร่วมยุค' ต่างสมัยกันไป และเราเองก็มีชีวิตสั้นๆ ไม่ได้ยืดยาวอะไร หากหยิบยื่นมิตรภาพให้กันได้ระหว่างที่หายใจอยู่ก็น่าจะเป็นเรื่องที่ดี ทำให้อีกคนอยากมีชีวิตต่อไป ทำให้คนคนนั้นเห็นว่าชีวิตเป็นสิ่งมีค่า

เราเกิดมาหายใจในยุคเดียวกันครับ ในยุคที่อากาศสีเทาๆ อุณหภูมิร้อนๆ พร้อมไปกับรอลุ้นว่าหิมะจะตกใส่กบาลในกรุงเทพฯ สักวันไหม เราเป็นเพื่อนกันในยุคนี้ ช่วงเวลาสั้นๆ ไม่กี่ปีที่เรามาหายใจและได้พูดคุยกัน

พูดไป พูดมา

เธอว่างั้น ฉันว่างี้

ขอบคุณที่อ่านตัวหนังสือที่ผมชวนคุย และขอบคุณมากที่สุดที่พูดคุยกลับมา

โลกคงไม่ใช่สถานที่เปลี่ยวเหงา ถ้าเรามีคนคุยด้วย

มีคนฟังในเรื่องที่เราเล่า และเราได้ฟังในเรื่องที่เขาอยากเล่าให้ฟัง

ผมรู้ดีว่าการทำหนังสือเล่มหนึ่งให้เสร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย ขอบคุณพี่น้องฟลาเนอร์ทุกคน พี่จุ๋ม, โอ๊ต, ฝันกลางวัน, พี่เมกิ, บีม, มด, ฝน, ต้อม, ปอนด์, สิ, พี่เอี้ยง, ฮิม, โรส, พี่เอ (กลม), โย๊ะ, พี่แขก, เมย์ และนาย ที่ช่วยกันก่อร่างมันขึ้นมา และส่งมาให้กัน เป็นของขวัญที่ดีที่สุดหนึ่งชิ้นเลยครับ

ขอบคุณผู้อ่านทุกๆ คนด้วยครับที่นั่งคุยกันไม่ว่าจะผ่านทางหน้ากระดาษหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็ตาม

ขอบคุณที่ส่งถ้อยคำดีๆ และน้ำมันเติมพลังมาให้กัน

โลกใบใหญ่ก็จริง แต่ถ้าโลกของเรามีขนาดเท่าคนที่แวดล้อมเรา มันก็ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไรหรอกมั้ง

ขอบคุณที่อยู่ด้วยกันบนโลกใบนี้

ดีใจที่ได้อาศัยและหายใจอยู่ในโลกร้อนๆ ยุคนี้พร้อมๆ กันคนจิตใจดีอีกหลายคน

สุขสันต์วันดีๆ ที่เกิดขึ้นได้ถ้าเราสร้างมันขึ้นมา

สร้างมันขึ้นมาด้วยการสื่อสารความรู้สึกดีๆ ที่จริงใจให้กัน

และถ้าเราแลกเปลี่ยนกันบ่อยๆ เป็นไปได้ไหมว่าเราจะมียุคสมัยดีๆ ร่วมกัน

ยุคสมัยดีๆ - ยุคสมัยที่เราหายใจอยู่ด้วยกัน

: )

Photobucket

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

big smile

#1 By iDoi* on 2008-10-18 21:19

confused smile

#2 By chockcolate_am on 2008-10-18 21:25

อ่านแล้วรู้สึกดีตามไปด้วยเลย
ยินดีด้วยค่ะdouble wink big smile

#3 By peterpan (115.67.60.126) on 2008-10-18 21:30

:)

#4 By me' (58.8.128.56) on 2008-10-18 21:34

=)

ของขวัญแลลนี้
ใครได้เป็นต้องยิ้มจริงๆค่ะพี่

#5 By -JpNc- on 2008-10-18 21:51

พี่เอ๋ยังจำรูปดาว รูปหน้าคนยิ้มที่พี่เคยให้หนูได้ใช่ไหม
อ่านเรื่องในพื้นที่นี้ของพี่จบแล้ว
หนูแทบจะลุกไปหยิบลายมือของพี่ปึ้กนั้นมาอ่านอีกครั้ง

: : : :

กฏจักรวาลข้อหนึ่งที่หนูเชื่อคือ คนเหมือนกันย่อมดึงดูดเข้าหากัน
พระท่านก็ว่า คนศีลเสมอกันจึงจะอยู่ด้วยกันได้
ไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมพี่เอ๋จึงแวดล้อมไปด้วยบุคคลที่น่ารักแบบนี้

เขียนหนังสือให้พวกเราอ่านต่อไปนะคะ

#6 By ตินกานต์ on 2008-10-18 21:52

ดีใจด้วยค่ะ cry

#7 By n'o-kanok on 2008-10-18 21:54

:)

#8 By beto| e a r n on 2008-10-18 22:01

รู้สึกดีไปด้วยเนอะพี่เอ๋


ซึ้งๆ


big smile

#9 By ตาล (125.24.145.242) on 2008-10-18 22:22

.. เพิ่งเข้าใจความรู้สึกคนเขียนหนังสือก้อนี่เเหละค่ะ

cry ซึ้ง .. รู้สึกดีจัง

ยินดีด้วยนะค๊าาา

จะรอตัวหนังสือเล่มต่อๆไปเเละต่อๆไปนะคะ

เพราะมันสามารถทำให้คนๆนึง

มีไฟที่จะพยายามเดินไปให้ถึงฝันซะที คริคริ ^^

#10 By [^*--MoCHii--*^] on 2008-10-18 22:27

รู้สึกดีจัง...

ชอบจัง

"ยุคสมัยดีๆ - ยุคสมัยที่เราหายใจอยู่ด้วยกัน"

#11 By DreamY (203.155.232.128) on 2008-10-18 22:31

นี่คงจะเป็นภาพหลักฐานยืนยัน
ว่า "ความรู้สึกดีๆ"ของผู้อ่าน
ได้ถึงมือผู้เขียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

^^

#12 By ฮิม (124.121.135.17) on 2008-10-18 22:35

แค่รู้จักกันผ่านตัวหนังสือของพี่นิ้วกลม
ก็ดีใจแค่ไหนแล้ว big smile

#13 By ตาล (84.191.54.187) on 2008-10-18 22:45

ดีใจที่ได้อ่านงานเขียนของนิ้วกลม
และดีใจที่เลือกนิ้วกลมเป็นนักเขียนในดวงใจ
ไม่ผิดหวังเลยนะพี่เอ๋ : -)

ที่พลอยส่งบทความอินเดียไปให้พี่อ่านในเมล์
ความรู้สึกคงไม่ต่างกับสิ่งที่พี่เขียนในบล็อกนี้เท่าไหร่

"มีคนฟังในเรื่องที่เราเล่า และเราได้ฟังในเรื่องที่เขาอยากเล่าให้ฟัง"

เยี่ยม!!!!!! นะ ความรู้สึกนี้

^^

#14 By พ ล อ ย ญ์ on 2008-10-18 23:03

อ่านแล้วรู้สึกดีตามไปด้วยเลย

คนดีๆย่อมห้อมล้อมด้วยคนดีๆนะคับ
เขียนหนังสือต่อไปนะพี่confused smile

#15 By MEISANMUI™ on 2008-10-18 23:30

ขอเป็นกำลังใจให้พี่นิ้วกลมสร้างสรรค์งานหนังสือต่อไปเรื่อย ๆ นะคะconfused smile

#16 By marukogg on 2008-10-18 23:48

ได้ลอนดอน มาแล้วนะพี่เอ๋ ..
ครั้งที่สามม ละ หลออ ดีที่ปกเดิมม เห้ออ





อ๊อออ เพลงเพราะะ ฟังเวอร์ชั่นสครับอยู่ด้วย เจอของรุ่นเก๋า าา ต่างกันไป..


#17 By quiescent on 2008-10-18 23:48

อ่านแล้วรู้สึกดีไปด้วย ^^

#18 By จอม (125.24.132.101) on 2008-10-19 00:12

น่ารัก เน๊อะ :)

#19 By mook (203.172.175.120) on 2008-10-19 00:27

^^

#20 By Mind(^^) (58.64.48.6) on 2008-10-19 01:28

"มิตรภาพ" คำนี้ทั้งน่ารักและสวยงามจริงๆค่ะ =)

ปล. ผู้ยิ่งใหญ่สองคนคือคุณลุงเชอร์ชิล(นายกฯอังกฤษ)กับคุณลุงรูสเวล (ปธน.อเมริกา) ถ้าจำไม่ผิดเหมือนกันนะ แหะ แหะ

#21 By แต๋ม (58.9.138.27) on 2008-10-19 02:11

ซึ้งตามไปเลยครับ surprised smile
open-mounthed smile open-mounthed smile
ในที่สุดก็ถึงแล้วสินะ
ปลื้มใจมากมาก
:)

#23 By seventwenty (124.120.70.229) on 2008-10-19 04:17

เมื่อ ของขวัญ ได้ทำหน้าที่ของตัวมันเอง

ผู้ได้รับ สุขใจ

คนให้ ยิ่งยินดี

เพราะความรู้สึกดีๆ ควรส่งไปถึงกัน (เนอะ)

^^

#24 By pattararanee (202.176.71.95) on 2008-10-19 09:11

ปลื้มด้วยค่ะbig smile
ขอให้มิตรภาพยืนยง!

#25 By ปอนด์ (202.149.25.233) on 2008-10-19 10:27

มิตรภาพ ..

ไม่ขึ้นกับสถานที่หรือกาลเวลาอยู่แล้วครับ

อบอุ่นดีจัง

big smile

#26 By แรงใจไฟฝัน on 2008-10-19 10:45

ของขวัญน่ารักดี ค่ะ :)

ขอบคุณที่อญู่ด้วยกันค่ะ

:)

#27 By Bluewings (202.149.25.225) on 2008-10-19 10:58

ขอบคุณที่ให้อยู่ด้วยน่ะ

555+sad smile

#28 By ชายกลาง (58.10.146.28) on 2008-10-19 11:03

ก่อนอื่นต้องบอกพี่เอ๋ก่อนว่า
พี่เอ๋ทำให้เราน้ำตาไหลในวันอาทิตย์
ไม่ได้เว่อร์นะ

ดีใจที่ได้ร่วมส่งมอบความรู้สึกดีๆนี้ร่วมกับพี่ๆชาวฟลาเนอร์ทุกคน
ดีใจที่ความรู้สึกที่กลั่นมาจากใจ คนรับก็รับมันได้ด้วยใจเช่นกัน

คำว่ามิตรภาพ ยิ่งใหญ่และน่ารักเสมอ =]

#29 By สิ (58.8.90.7) on 2008-10-19 11:26

(:

วันธรรมดาหนึ่งวัน
ก็กลายเป็นวันที่มีความหมายอีกหนึ่งวัน
เพราะมือของใครหลาย ๆ คน

#30 By Pi ly n n on 2008-10-19 11:29

ซึ้งด้วยคน

อากาศหนาวๆ ครึ้มๆหลังฝนตก(หนักสุดๆ)

ก็อุ่นๆขึ้นมาเหมือนกัน

ขอบคุณพี่เอ๋ ขอบคุณชาวฟลาเนอร์ ขอบคุณทุกๆคนที่นี่ อ่านเม้นท์ของทุกคนก็รู้สึกดี แล้วอิ่มใจทุกครั้ง

บล๊อกนี้มันอบอู๊น อบอุ่นจัง

big smile

#31 By (203.146.145.186) on 2008-10-19 11:30

ดีใจๆที่มีเธออยู่บนโลกใบนี้surprised smile

#32 By เจน (158.108.86.197) on 2008-10-19 12:07

ซึ้งจัง

หนังสือสวยด้วย

#33 By pisces (118.173.43.233) on 2008-10-19 12:09

เวลาที่ผมอ่านหนังสือของพี่
มันเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่เหมือนได้เดินทาง
ไปเจออะไรใหม่ๆ ได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น
แต่อุ่นกว่าเดิม ขอบคุณทุกตัวอักษรของพี่เอ๋
ที่เป็นแรงบันดาลใจ กับหลายสิ่งหลายอย่างในชีวิต

จากหนังสือเล่มนึง
จากผู้อ่านธรรมดาคนนึง
สู่นักเขียนคนหนึ่ง
จากโลกใบหนึ่งที่ความจริงไม่ได้สวยงามในทุกมิติ
แต่มีมิติหนึ่ง ที่ทำให้ ผมได้มาอ่านงานดีๆ ของพี่
แล้วช่วงเวลาดีๆ ก็เกิดขึ้น

big smile

#34 By Romeoza (161.200.255.162) on 2008-10-19 13:44

ดีใจที่ความรู้สึกดีดีของพวกเรา
ส่งผ่านมาให้เอ๋
ได้มีพลังในการทำสิ่งดีดีต่อไป

พวกเราจะถ่ายทอดพลัง(ใจ)ให้แก่กันและกัน
ทั้งนักเขียนและนักอ่าน

ขอบคุณอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้จักกัน
จากวันนั้นถึงวันนี้
ขอบคุณที่อยู่ด้วยกัน


big smile

#35 By jummdcu (125.24.83.177) on 2008-10-19 14:01

คำว่า "มิตรภาพ" เป็นคำที่น่ารักและอบอุ่นมากๆค่ะ
อ่านแล้วรู้สึกดีตามไปด้วยเลยนะคะ
มิตรภาพอันงดงามของผู้เขียนและผู้อ่าน น่ารักจริงๆค่ะ

จะขอเป็นกำลังใจให้พี่นิ้วกลม นักเขียนในดวงใจของหนูต่อไปนะคะ สู้ๆค่ะ

(,,^w^,,)

#36 By feel (58.8.52.94) on 2008-10-19 14:01

ได้ยินแล้วใช่ม้า

เขียนมาแบบนี้ต้องได้ยินแล้วแน่ๆเลย

surprised smile

#37 By beambongga (61.7.145.148) on 2008-10-19 14:13

ดีใจเหลือเกินที่ได้รู้จักเธอ บนโลกใบที่กว้างใหญ่

#38 By beambongga (61.7.145.148) on 2008-10-19 14:15

^______^

#39 By enjoy (125.25.95.16) on 2008-10-19 14:46

เคยทำสมุดบันทึกเป็นของขวัญวันเกิดเพื่อนครั้งนึง
แต่เขียนไปไม่กี่หน้า พราะอยากให้เขาเขียนต่อเรื่องราวนั้นเอง

เพื่อนถามกลับมาเหมือนกันว่าทำไมไม่เขียนให้จบก็ตอบไปแบบนั้น ไม่รู้ว่าจะชอบรึเปล่า

แต่ถ้าทำหนังสือได้บ้างคงดี
แต่ไม่รู้จะเขียนแล้วอ่านสนุกหรือง่วงกันแน่


^^

#40 By นายฟักทอง on 2008-10-19 15:34

ขอบคุณเอ๋เหมือนกันที่เป็นกำลังใจให้ใครหลายคน

#41 By เพื่อน (203.152.56.180) on 2008-10-19 16:45

ดีจังเลย

ขอมอบมุทิตา(?)
ที่ได้ของขวัญดีๆนะคะ

#42 By แม่พิมพ์มือใหม่ (202.28.181.11) on 2008-10-19 17:03

เธออ่านหนังสือเล่มนั้น ... แล้วยิ้ม
ฉันอ่านตัวหนังสือของเธอ ... แล้วยิ้มตาม

เพิ่งจะเริ่มถ่ายทอดตัวหนังสือลงบนexteen
ชอบการเขียนของพี่มากๆเลยค่ะ
ขอคำแนะนำด้วยนะคะ ^^

ปล.ยินดีที่ได้พูดคุยที่นี่ค่ะ

#43 By ญรริญ on 2008-10-19 17:37

;-D ;-) :-) : )

#44 By fonn (124.120.221.116) on 2008-10-19 19:42

เป็นของขวัญที่น่าประทับใจจริง ๆ ค่ะ
เป็นของขวัญดี ๆ รับการเปลี่ยนเลขหน้าอายุนิ^^
ดีใจด้วยนะคะ และขอขอบคุณพี่เอ๋ที่สร้างโลกเล็ก-เล็กอันอบอุ่นให้พวกเราได้อยู่ร่วมกัน

#45 By pa (124.121.13.105) on 2008-10-19 19:44

อ่านที่พี่เอ๋บอกเล่าเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้
รู้สึกดีตามพี่ไปด้วย

ถ้าเราทำอะไรแล้วมีคนที่รับรู้ถึงสิ่งที่เราทำ ถึงจะไม่ได้
เห็นหน้า แต่แลกเปลี่ยนความคิดกันผ่านหน้าต่างบานเล็กๆ

คงรู้สึกดีใจไม่น้อย (ไม่น้อยเลยแหละ)

ดีใจที่ได้รู้จักพี่ (ผ่านตัวหนังสือ)

อยู่ร่วมยุคเดียวกัน
หายใจบนโลกใบเดียวกัน

ขอให้พี่เอ๋ขยันเขียนไปเรื่อยๆ

ยินดีที่ได้รู้จักพี่มากๆbig smile

#46 By ยำมะเขือยาว(หวาน) (222.123.188.39) on 2008-10-19 19:53

โลกกว้างค่ะพี่เอ๋

แต่ไม่กว้างและใหญ่พอที่จะทำให้พวกเราไม่ได้เจอกัน

^O^

#47 By MeaNing on 2008-10-19 19:53

รู้สึกดีกับ entry นี้จังครับ
อ่านหนังสือของพี่มานานแล้ว
เป็นแฟนแบบเปิดๆปิดๆ ..(( คือบางเล่มก็อ่านครั้งเดียว แต่บางเล่มก็อ่านรัวๆซ้ำไปซ้ำมา ))

ตัวหนังสือพี่อบอุ๊น อบอุ่น (ฮา)

บางครั้ง ก็เคยมีความรู้สึก
ว่าบางทีคำนิยมที่อยากจะมอบให้เมื่อถึงวันต้องลาจาก
เราก็อยากจะมอบให้เขาตอนที่เรากับเขายังอยู่ ยังเจอกัน
เพราะแม้แต่คนที่กำลังจะตาย กำลังจะจากไป
ก็คงอยากฟังอะไรดีๆต่อกัน

#48 By Try-Me :: PoPPo on 2008-10-19 20:07

ดีใจที่ได้อาศัยและหายใจอยู่ในโลกนี้กับพี่นิ้วค่ะbig smile
ตอนนี้ก็กำลังเขียนบันทึกเรื่องที่เราเจอและอยากเล่าความรู้สึกให้คนๆนึงฟังอยู่ค่ะ เหมือนว่าเราพูดกับเขาทุกวัน แต่อนาคตไม่รู้ว่าจะกล้าเอาไปให้เขารึเปล่า

#49 By lonelyiped (58.9.68.177) on 2008-10-19 20:48

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะ

อ่านเอนทรี่นี้แล้วก็ยิ้มไปด้วย
เพราะขนาดแค่ได้การ์ดจากเพื่อนก็ดีใจจะแย่แล้ว
นี่ได้การ์ดจากคนที่ไม่เคยเห็นหน้ากันมาก่อน
คงจะน่าปลื้มใจกว่าไม่รู้เท่าไหร่

วันนี้ก็เพิ่งไปซื้อลอนดอนไดอารี่มา
ยังไม่ได้อ่านเลย,
แต่คิดว่าถ้าได้อ่านก็คงชอบเหมือนที่ชอบเล่มอื่น

เป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้เขียนหนังสือต่อไปเรื่อยเรื่อยนะคะ
รอฟังเรื่องที่พี่เอ๋อยากเล่าอยู่
:3

#50 By BLUE. on 2008-10-19 21:02