เขียนอะไรดี

posted on 17 Oct 2008 12:25 by roundfinger

วันนี้ไม่มีอะไรจะเขียนครับ รู้แค่ว่าอยากเขียนบล็อก เพราะว่างเว้นไปนานแล้ว ก็เลยลองนั่งจุ่มก้นอยู่หน้าจอสว่างๆ จ้องไปได้ประมาณห้านาทีก็ยังไม่มี 'เรื่อง' ผุดขึ้นมา หลอดไฟไอเดียไม่ยักจะสว่างเหมือนหน้าจอ เมื่อคิดไม่ออกจึงเริ่มมองหา 'เรื่อง' พอดีไม่มีจิ๊กโก๋อยู่แถวนี้ ถ้ามีคง 'มีเรื่อง' แน่ๆ

แต่เมื่อใจสั่งมาราวกับพี่เสกโลโซ มือก็ว่าตาม นิ้วก็กระดิก

เคยได้ยินว่าหลายคนก็เคยมีความรู้สึกทำนองนี้เหมือนกัน คืออาการ 'คันนิ้ว' เกาก็ไม่หาย ทายาหม่องตราลิงถือถ้วยทองก็แก้ไม่ได้ คาลามายด์ก็ไม่ได้ผล วิธีเดียวที่จะรักษาคือนั่งลงหน้าคอมฯ แล้วพิมพ์อะไรให้หายคัน

นั่นคืออาการ 'อยากเขียนหนังสือ'

ปัญหาคือ 'จะเขียนอะไรดี'

สมัยเรียน B.A.D. เวิร์คช็อป มีคลาสเรียนเขียนก๊อปปี้ พี่ที่มาสอนสอนสนุกจนไม่อยากลุกกลับบ้าน พี่เขาบอกว่าถ้าอยากเขียนเก่ง กฏง่ายๆ มีอยู่แค่ว่า "เขียน เขียน เขียน"

แต่สิ่งหนึ่งที่อยู่ในวงเล็บ ก่อนเขียนเราคงต้อง 'คิด' ด้วย

หากมีศิลปินสักคนเริ่มต้นวาดรูปด้วยการปล่อยให้ความรู้สึก สี และองค์ประกอบในใจไหลลงมาเปื้อนผ้าใบ แล้วค่อยๆ ละเลงไปเรื่อยๆ กระทั่งเสร็จเป็นชิ้นงาน การเขียนหนังสือก็น่าจะทำเช่นนั้นได้เช่นกัน

น่าจะเป็นการเขียนแนว 'ถอดใจ'

คือถอดความในใจมากองไว้บนหน้ากระดาษ

นั่นเป็นหนึ่งวิธี ฟังดูคล้ายวิธีเขียนไดอารี่ของบางคน

แต่การเขียนที่มีการตระเตรียมประเด็นและเรื่องราวคร่าวๆ ในสมองมักจะให้ผลลัพธ์ที่มีเนื้อมีหนังมากขึ้น เมื่อคนเขียนรู้ว่ากำลังจะพูดถึงเรื่องอะไร แล้วค่อยปล่อยความคิดไหลมาปะปนกัน บางครั้งเริ่มต้นเขียนจากหนึ่งประเด็น แต่เมล็ดประเด็นมันก็งอกต้นแตกกิ่งแตกก้านออกมาเป็นประเด็นย่อยๆ อีกมาก และบางทีเมื่อลงมือเขียนความคิดก็ปรับเปลี่ยนไป ได้ไตร่ตรองมากขึ้น กระทั่งบางครั้งความคิดที่ลอยวนอลอึงไปมาอยู่ในสมองก็มาตกตะกอน ตกผลึกให้เห็นบนหน้ากระดาษนี่เอง

หากวันไหนงงๆ ลองหยิบกระดาษปากกาหรือนั่งจิ้มคีย์บอร์ดหน้าคอมฯ ดูสิครับ มันอาจจะช่วยเรียบเรียงความคิดวุ่นๆ ในหัวและในใจได้พอสมควร

บางคนเคยถามว่า 'อยากเขียนหนังสือต้องทำไง'

ตอบง่ายๆ ก็คือ 'เขียน'

แต่ถ้าในคำถามหมายความถึง 'หนังสือ' ที่จับถือได้ ไม่ใช่ตัวหนังสือที่เขียนเก็บไว้ให้สายตาคู่เดียวของเราเชยชม นั่นอาจจะต้องการอะไรมากกว่าการเขียน

'เขียนอะไรดี' เป็นคำถามสำคัญของคนที่อยากมีหนังสือที่มีชื่อตัวเองอยู่บนปก

ผมเคยคิดว่าการเขียนบล็อกเป็นการฝึกหัดทักษะการเขียนที่ดี เพราะมันเป็นการเขียนที่มีคนเข้ามาแลกเปลี่ยนและสนทนา สิ่งสำคัญกว่าคือ เราได้รู้ว่า-เฮ้ย มีคนอ่านตัวหนังสือของเราเหมือนกันนะเว้ย!

ผมจึงเขียนบล็อก กะว่าจะฝึกปรือนวดมือบ่อยๆ ไม่ได้คิดไว้ว่าเนื้อหาในบล็อกจะถูกนำไปรวมเล่ม (แต่ตอนนี้เริ่มคิดแล้วบ้างเหมือนกัน อุอุ) กระทั่งไม่เคยเซฟเนื้อหาเก็บไว้เลย เพราะที่เขียนๆ มาก็เรื่อยเปื่อยไปตามอารมณ์ เรื่องราง และความคิดที่ผุดขึ้นมาในแต่ละวัน วันไหนไม่ผุดก็ไม่เขียน ผุดเยอะก็เขียนยาว (วันนี้ไม่ผุดมันยังเขียนยาวเลย)

เวลามีใครมาถามว่า 'อยากเขียนหนังสือต้องเริ่มยังไง'

ผมมักจะตอบไปว่า "ลองเขียนบล็อกดูก่อนก็ได้ หนุกๆ" บางครั้งก็แนะนำต่อท้ายว่า "แต่ถ้าจะให้ดี มีหัวข้อรวบยอดสักนิดก็ดีนะ" เคยแนะนำน้องคนหนึ่งซึ่งเป็นดีเจหน้าใหม่ไปว่า ลองเขียนถึงชีวิตหลังไมค์ลงบล็อกดูสิ น่าสนใจดี ผมเองก็อยากรู้ว่าหลังไมค์ที่เขาชอบขอๆ กันนั้นเขาคุยอะไรกับดีเจ แล้วชีวิตหลังปุ่มเยอะๆ บนเครื่องหน้าตารุงรังนั้น ดีเจต้องทำอะไรบ้าง

จะว่าไปเรื่องที่คนเราจะเขียนได้มีมากมายเต็มไปหมด

ไม่มีใครมีชีวิตซ้อนทับกับเราเป๊ะๆ บางแง่มุมของเราอาจจะน่าสนใจสำหรับหลายคน

ผมเพิ่งมาคิดว่าการเขียนบล็อกเรื่อยเปื่อยของผมนั้นอาจไม่ได้ผลลัพธ์เป็นเนื้อเป็นหนังสักเท่าไหร่ และการแนะนำใครต่อใครที่อยากมีหนังสือให้เริ่มที่การเขียน 'อะไรก็ได้' ทุกวันนั้นอาจไม่ใช่คำแนะนำที่ดี

เพิ่งได้อ่านหนังสือที่พูดถึงการเขียนหนังสือเล่มหนึ่ง เขาบอกว่า "หยุดเขียน 'อะไรก็ได้' ได้แล้ว!" เพราะ 'อะไรก็ได้' นั่นไม่มีวันจะสำเร็จเป็น 'หนังสือ' ออกมาได้

พี่เขาแนะนำว่าควรตั้งหลักให้ดี คิดให้ถ้วนถี่ว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นจะมีใครอยากอ่านไหม จะมีบอกอที่ไหนสนใจหรือเปล่า จะมีสำนักพิมพ์ไหนทุ่มทุนสร้างหนังสือออกขายให้ไหม คำถามเหล่านี้ล้วนสำคัญในการที่จะเขียนหนังสือขึ้นมาสักเล่ม

อ่านแล้วก็เห็นด้วย กระทั่งหนังสือทำมือก็เถอะ

แต่จากประสบการณ์ของตัวเองตอนที่เขียนหนังสือเล่มแรกก็ไม่ได้คิดละเอียดขนาดนี้ คิดแค่ว่าเขียนในสิ่งที่โคตรอยากจะบอกคนอื่นเลย อยากเล่าให้เขาฟัง ซึ่งอาจจะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการเขียนหนังสือก็ได้ ถ้ามีเรื่องอะไรที่อยากเล่าให้คนอื่นฟังใจจะขาด หากเขียนออกมามักจะทำได้ดี เหมือนบางคนที่เขียนไดอารี่ไปน้ำตาหยดไป หากมีใครมาแอบอ่านก็พานจะน้ำตาหยดไปด้วย

สิ่งที่คนเขียนรู้สึก คนอ่านน่าจะรู้สึกด้วยเช่นกัน (ไม่มากก็น้อย หรือไม่ก็น้อยมาก)

ผมจึงคิดว่ามันเป็นวิธีเริ่มต้นที่มีหลักให้จับสองฝั่ง หากใช้ทั้งสองฝั่งก็น่าจะดี แต่อย่างน้อยมีฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็น่าจะทำให้โอกาสได้ถือหนังสือของตัวเองเป็นไปได้สูง

หนึ่งคือ ใช้หัว

สองคือ ใช้หัวใจ

ใช้หัว-คิดใคร่ครวญทบทวนดีๆ ว่าเนื้อหาที่กำลังเขียนนั้นมีคนอยากอ่านไหม คนเหล่านั้นจะเป็นใครกันหนอ

ใช้หัวใจ-ไม่ต้องคิดอะไรมากนัก แต่รู้สึกกับเรื่องนั้นมากๆ อินจัดๆ อยากเล่าโคตรๆ แล้วเริ่มต้นเล่าเรื่องนั้นอย่างเต็มความสามารถเพื่อทำให้คนอ่านรู้สึกได้ใกล้กับเรามากที่สุด

และหากจะมีอีกหนึ่งกลเม็ดก็อาจจะเป็นอย่างที่พี่เขาบอกไว้

นั่นคือ "หยุดเขียนเรื่อง 'อะไรก็ได้' ได้แล้ว!"

เพราะเรื่อง 'อะไรก็ได้' มันจะมีหน้าตาเป็นแผ่นๆ ที่วางแยกกัน ขณะที่ 'หนังสือ' นั้นจะมีหน้าตาเป็นกระดาษหนึ่งตั้งที่เย็บติดกันอยู่

หากอยากเขียน 'หนังสือ' คงต้องจินตนาการถึง 'หนังสือ'

เพราะถ้านั่งนึกถึง 'อะไรก็ได้' มันคงยากที่จะเสร็จออกมาเป็น 'หนังสือ'

โอว...ในที่สุดผมก็มีเขียนบล็อกเกือบเสร็จแล้ว จากที่ไม่รู้จะเขียนอะไร และผมก็เขียน 'อะไรก็ได้' อีกครั้งจนได้ แต่กำลังคิดอยู่เหมือนกันว่าจะลองปฏิบัติกลับกับทฤษฎีของพี่เขาดู กะว่าว่างๆ จะลองเย็บ 'อะไรก็ได้' รวมกันเป็นเล่ม ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเป็นเล่มกันเขาได้ไหม

หนังสือชื่อว่าอะไร

ชื่อ 'อะไรก็ได้'

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เป็นคนชอบอ่านหนังสือ เเต่ให้เขียนเองก็เขียนไม่ได้

เคยคิดหลายทีว่าอยากเขียนบ้าง เปิดblog เปิด ไดอารี่
กี่ทีก็ร้าง คงเพราะไม่มีใจอยากเขียนจริงๆมั้ง

ชอบอ่านมากกว่า^^

เเหะๆๆ เห็นพี่นิ้วฝึกปรือการเขียนในบล๊อก ก็เลยขอมาเป็นหน้าม้าอ่านในบล๊อกพี่เเล้วกันค่ะ~~

#1 By iiws (58.9.131.225) on 2008-10-17 13:32

ชอบอ่านหนังสือเช่นกัน

และก็ชอบเขียนไดอารี่เช่นกัน

ส่วนใหญ่ที่เขียนเป็นเรื่อง อะไรก็ได้ ที่มักจะพบเจอ เรื่องที่ตื่นเต้น เรื่องประทับใจ หรือเรื่องที่ทำน้ำตาไหล

ส่วนใหญ่ใช้ความรู้สึกเขียน อยากเขียนก็เขียน แต่หลายครั้งพอกลับมานั่งอ่านก็งงๆกับสิ่งที่เขียน

แต่ยังไงก็ยังอยากเขียนต่อไป เพราะมีความสุขที่ได้เขียน

ขอบคุณที่พี่เอ๋เขียน blog ดีๆ ให้อ่านน่ะค่ะ
cry

#2 By volkaew (58.8.135.219) on 2008-10-17 13:46

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! ให้ 5 ดาวเลยจ๊ะ
อ่านลอนดอนไดอารี่เล่ม 1.1 จบแล้วน๊า
เอนทรี่นี้ไม่ใช่ 'อะไรก็ได้' เลยนะคะHot! big smile

#4 By พ. on 2008-10-17 13:57

นี่ขนาด "ไม่รู้จะเขียนอะไรดี" นะเนี่ย

ถึงจะบอกว่าเขียน "อะไรก็ได้" แต่อ่านแล้ว "ก็ได้อะไร" อยู่นะ

เป็นคนชอบอ่านนี่ดีจริงๆ ^^

#5 By niichi (58.8.143.88) on 2008-10-17 13:57

นี่ขนาดพี่นึกไม่ออกนะเนี่ยว่าจะเขียนอะไร
"อะไรก็ได้"ของพี่นี่สุดยิดจริงๆ ว่าแต่...ไม่มีคนมาหาเรื่องเหรอ เดี๋ยวช่วยไหม 555 (..จิ๊กโก๋..) ล้อเล่นนะพี่เอ๋นิ้ว

ป.ล.ติดตามงานอยู่เรื่อยๆนะ

#6 By MEISANMUI™ on 2008-10-17 14:08

นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปราวฟิงเกอร์...

#7 By n h e p h e x on 2008-10-17 14:10

ถ้า brand แข็งแรงแล้ว "อะไรก็ได้" ก็ขายได้ค่ะ อิๆ

#8 By n'o-kanok on 2008-10-17 14:27

มีความสุขกับการอ่านหนังสือค่ะ โดยเฉพาะหนังสือของพี่เอ๋...ฮิ้ว..^^
และมีความสุขกับการเขียนไดอารี่ด้วย
มีเรื่องอะไรที่บอกใครไม่ได้ก็ระบายมันในไดอารี่นี่แหละ...แอบชอบใคร ประทับใจใคร โกรธใคร น้อยใจใคร เกลียดใคร เขียนไว้หมด (เพราะฉะนั้นหายไม่ได้เด็ดขาด..อิอิ) บางครั้งเวลากลับมานั่งอ่านเรื่องบางเรื่องที่เขียนในไดอารี่แล้วแอบคิดนะว่า "ทำไปได้ไงว้า" question
และบางทีเวลามีเรื่องอะไรกระทบใจมาก ๆ ก็จะเขียนเป็นบันทึกส่วนตัวอีกเล่มนึงค่ะ(ที่บ้านเลยมีสมุดเยอะนิดนึง ^^)
ตอนนี้อ่านไดอารี่ของพี่เอ๋ไปได้ครึ่งเล่มแล้วววววว ขอบอกว่าเพราะไดอารี่ของพี่น่ะ ทำให้ต้องนอนดึก สิวขึ้นหน้าเลย ^^"

#9 By pa (203.146.108.5) on 2008-10-17 14:27

Hot! big smile

#10 By b613 ดาวถัดมา on 2008-10-17 14:42

ขนาดไม่มีอะไรจะเขียนนะเนี้ย question question question

#11 By ToEy (61.91.86.10) on 2008-10-17 15:35

กำลังอ่านลอนดอนไดอารี 1.1 อยู่ครับ

ชอบมาก เหอ ๆ

#12 By จักกิด on 2008-10-17 15:37

ชอบอ่าน และ ชอบเขียน
แต่มักจะถอดใจก่อนจะเขียนจบเสมอ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน
เลยเลือกที่จะเป็นคนอ่านมากกว่าคนเขียนดีกว่า...

#13 By DreamY (203.155.232.200) on 2008-10-17 15:54

5555 อ่านมาจนจบ เห็นด้วยกับชื่อหนังสือเลยครับ

#14 By chaiha on 2008-10-17 16:33

big smile

#15 By iDoi* on 2008-10-17 17:16

กำลังอ่าน ลอนดอนไดอารี่ เหมือนกันค่ะ
ช่วยได้มากเลยค่ะbig smile


ปล.ตัวอักษร ในหนังสือของพี่นิ้วกลม
มี "พลัง" เยอะมากเลยค่ะdouble wink

#16 By FlebilE13 on 2008-10-17 17:39

ต้องเริ่มบริหารนิ้วมือซะแล้วคะ

#17 By danube (125.25.35.44) on 2008-10-17 17:47

พออ่านถึงตรงประโยคที่พี่เอ๋ เขียนว่า
"อ่านแล้วก็เห็นด้วย กระทั่งหนังสือทำมือก็เถอะ "
ก็นึกถึงในsoundtrack ฯ ทันทีเลย อิอิ



#18 By เอ๋ยเอ๋ย on 2008-10-17 18:16

ยังชอบฟังความฝันอยู่มั๊ยพี่
ถ้า ยัง( หมายถึงยังชอบอยู่ )
ไว้จะกระซิบให้ฟัง

#19 By (58.9.130.201) on 2008-10-17 18:21

ตอนนี้กำลังชอบอ่านหนังสือทำมือ
ที่คนเขียน เขียนไปเรื่อยๆ
มันเป้นแบบ "อะไรก็ได้"
แต่มันก็น่าสนใจในความเป็นอะไรก็ได้ของมัน
สนุกดีนะ ^^

ปล.อยากอ่านอะไรก็ได้ของพี่นิ้วกลมนะ

#20 By yuee (58.147.38.185) on 2008-10-17 19:06

เคยได้ยินเพลงของโต๋ชื่อเพลง "อะไรก็ได้" มาแล้ว

ได้ยินมาจากเพื่อน(ไม่รู้จริงเท็จแค่ไหน)
เพื่อนเล่าให้ฟังว่า เพลงนี้โต๋แต่งให้แฟน
โต๋ถามแฟนว่า อยากได้เพลงแบบไหน
แฟนโต๋บอก เพลงอะไรก็ได้
โต๋ก็เลยแต่งเพลงชื่อเพลง "อะไรก็ได้" มา

เพลงมีแล้ว
ก็น่าจะมีหนังสือชื่อนี้ด้วยนะ
เป็นชื่อที่น่ารักดีbig smile

#21 By เมล็ดฝัน (58.8.185.25) on 2008-10-17 19:50

ขนาดไม่รู้จะเขียนอะไรนะเนี่ยconfused smile
เป็นคำแนะนำที่ดีนะคะ
เดี๋ยวจะลองใช้ดูบ้าง
เพระาชอบเขียนเหมือนกันbig smile Hot!

#22 By ~memay~ on 2008-10-17 19:58

กำลังอ่านลอนดอนไดอารี่อยู่เหมือนกันค่ะ
สาเหตุมาจากไปงานหนังสือ คนขายถามว่าอยากได้เล่มไหน
ก็เลยตอบไปว่า "อะไรก็ได้" (ที่เป็นผลงานของ นิ้วกลม)
อ่านจบแล้วจะมารายงานผลนะคะ

จะว่าไป ชักอยากจะอ่าน "อะไรก็ได้" ขึ้นมาซะแล้วสิ
big smile

#23 By powder_p (124.122.223.224) on 2008-10-17 20:08

surprised smile ปลื้ม

#24 By oh!! on 2008-10-17 20:12

อะไรก็ได้ ฮ่า จริงค่ะ

#25 By (^_^)/nana on 2008-10-17 20:23

Hot!

บางที "อะไรก็ได้" ของพี่เอ๋อาจขายได้ก็ได้นะคะ

โดยส่วนตัว มีนไม่ค่อยเชื่อกับประโยคที่ว่า "หยุดเขียนเรื่อง 'อะไรก็ได้' ได้แล้ว!"
เพราะมีนคิดว่าอย่างน้อยการเขียน "อะไรก็ได้" ก็เป็นส่วนเริ่มต้นในการเขียน

การเริ่มต้นมันเป็นสิ่งสำคัญไม่ใช่เหรอคะ big smile

#26 By MeaNing on 2008-10-17 20:32

ชื่อหนังสือเป็น"อะไรก็ได้"แล้ว
ต้องเอาเพลง"อะไรก็ได้" มาประกอบหนังสือบ้างนะคะ

หัดเขียนบล็อกบ้างเหมือนกัน
บางวันก็อยากเขียน"อะัไรสักอย่าง"
แต่บางวันคิดเรื่องออกเลยแต่เขียนไม่ออก

งง

#27 By นายฟักทอง on 2008-10-17 20:40

สุดยอด.........

#28 By ส้มโอ (203.153.172.254) on 2008-10-17 20:47

แค่นึกว่าตอนนี้จะเริ่มต้นเขียนว่ายังไงดีก็ยากแล้ว ชอบอ่านที่คนอื่นเขียนมากกว่า อย่างน้อยตอนนี้ก็มี blog นี้ไห้แวะเข้ามาอ่านได้ทุกวี่ทุกวัน...

เวลาจะนึกเขียนขึ้นมาก็คงเป็นประเภทระบายความอัดอั้นชะมากกว่า..ก็ช่วยได้นะ สบายใจขึ้น

ยังไงก็ติดตามทุกงานเขียนนะคะ (บางเล่มยังหาไมได้เลย)

#29 By peenong (203.144.187.19) on 2008-10-17 20:54

อ่ะโหยยยยยยยยยยย พี่เอ๋อ่ะ!!!

กะลังตั้งใจจะทำหนังสือเลย
ดันเจอคำถามเดียวกัน ว่าจะเขียนอะไรดี...?
และกะลังพยายามที่จะเขียน อะไรก็ได้อยู่เลย
เจอบล็อกวันนี้เข้าให้ กระแทกกลางใจดังป๊าบ!!!!

ขอบคุนนะพี่เอ๋

ถ้าพี่เขียนหนังสือเรื่อง "อะไรก็ได้" ขึ้นมาจริงๆ
จะไปหามาไว้ในครอบครองแล้วคอยเอาไว้เตือนสติทุกเช้าค่ำ ฮ่าๆๆ

เดี๊ยวว่าจะไปลองเขียนเรื่อง "ไม่ใช่อะไรก็ได้" ดูบ้าง

: -)

หุหุ

#30 By พ ล อ ย ญ์ on 2008-10-17 21:44

ขนาดไม่มีเรื่องจะเขียน
ยังเขียนได้ดีขนาดนี้

ว่าแต่
นี่เป็นโปรเจ็กหนังสือต่อไปอ่ะเปล่า?

#31 By หมูหวาน (125.25.132.244) on 2008-10-17 21:50

ถือเปนบล็อกเตือนสติเลยนะนี่

^^

#32 By พ ล อ ย ญ์ on 2008-10-17 21:50

สัญชาตญาณ ในการเป็นนักเขียนของพี่เอ๋นี่มากมายจิงๆ
เขียน"อะไรก็ได้"ก็ยังยาวได้ขนาดนี้

ถ้ามีหนังสือ"อะไรก็ได้"จิง ก็รออยู่นะจ้าา :)
big smile big smile big smile big smile big smile big smile

#33 By mngw (58.9.177.101) on 2008-10-17 22:17

เข้ามาอ่านบล็อกวันนี้ หนูว่า มันมีอะไรมากๆนะพี่
ชอบๆ ไม่รู้สิ ทำไมวันนี้อ่านแล้วรู้สึกดีมากๆ
สบายใจมากๆ ยิ้มได้มากๆ ยิ้มยิ้ม

ถ้ามีหนังสือ "อะไรก็ได้" ของ นิ้วกลม
ออกวางแผงจริงๆ หนูคนนึงที่จะไม่มีทางพลาดแน่นอน
อิอิ จะนำมาไว้ในอ้อมนิ้วและอ้อมใจค่ะ หุหุ

จริงๆ หนูเคยนั่งคิดมานานแล้วค่ะ
ตั้งแต่ได้อ่านบล็อกของพี่ ว่าน่าจะมีรวมเล่ม อะไรอย่างนี้
ได้มาอ่านที่พี่เขียนวันนี้ ฮ่าฮ่า แฮปปี้มากๆเลย
อยากให้มันเป็นความจริง!

เทคแคร์ค่ะพี่เอ๋
ยิ้มยิ้ม

(,,^w^,,)

#34 By feel (58.8.51.73) on 2008-10-17 22:51

จะมีหนังสือ "อะไรก็ได้" จิงๆมั๊ยเนี่ย

ถ้ามีจิงๆ ก็รออยู่เสมอน้า

นี่ขนาดไม่รู้จะเขียนอะไรนะเนี่ย

สุดยอดดดดด!!!!

#35 By ต า ม ฝั น on 2008-10-17 22:53

อะไรก็ดาวconfused smile Hot!

#36 By on 2008-10-17 23:05

หนังสือ ทำมือ ที่น่าอ่าน มีอยู่หลายเล่ม เลยใช่ป่าวคะท่านนิ้วฯ

^^

ยังรออ่าน หนังสือทำมือ ที่ท่านนิ้วฯ (เคย) บอกอยู่นะคะ

#37 By pattararanee (125.25.21.208) on 2008-10-17 23:17

โรสว่ามันมี "อะไร" อยู่ในอะไรก็ได้ ทั้งนั้นแหละ
แค่เราต้องค้นหา

นั่นไง big smile

#38 By seventwenty (124.120.79.79) on 2008-10-17 23:20

พี่นิ้วกลมซะอย่าง

อะไรก็ได้ ก็รุ่งหมดแหละค่ะ

confused smile

#39 By HoRo ... ll on 2008-10-18 01:19

พี่เอ๋อยากเย็บ อะไรก็ได้ รวมเล่มกัน
แต่นุ๊กอยากจะบอกว่าพี่เอ๋เขียน อะไรก็อ่าน หมดหละค่ะ

อ่านลอนดอนไดอารี่ไปบ้างแล้ว ชอบข้อความหลังปกมากมายค่ะ
เคยเริ่มเขียนไดอารี่หลายครั้งแต่สุดท้ายก็หยุดไป จริงๆอย่างที่พี่เอ๋เขียนเป๊ะๆ โดนๆ


#40 By nook (124.120.205.123) on 2008-10-18 01:36

นี่ขนาดไม่รู้ว่าจะเขียนอะไรนะเนี่ยพี่เอ๋confused smile

#41 By DeK Tha! In DreaM CiTy on 2008-10-18 02:32

อ่านลอนดอนไดอารี่จบแล้วครับ กะว่าจะมีไดอารี่เป็นของตัวเองสักเล่มเหมือนกันbig smile

#42 By dragonboy (58.8.48.213) on 2008-10-18 05:04

อยากเขียนได้บ้าง ต้องหัดเริ่มต้นจากอะไรคะ

#43 By มะเหมี่ยว (202.41.187.247) on 2008-10-18 09:57

เพิ่งสมัคร ทำบล๊อค ก็ เพราะอ่าน งานของคุณเอ่เลยนะเนี้ย แล้วยิ่งมางาน เอนทรี่นี้ ยิ่งทำให้ อยากเขียนแล้วววว

จะมีสักครั้งไหมที่เราความรู้สึกดีดี ที่เคยเกิดขึ้นแล้วกลั่นออกมาเป็นตัวหนังสือไว้อ่าน ดีจังเนาะ ว่าแต่ จำไม่ได้ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น แฮะ!!!

#44 By Hanaka on 2008-10-18 09:57

อยากเขียนได้บ้าง ต้องหัดเริ่มต้นจากอะไรคะ

#45 By มะเหมี่ยว (202.41.187.247) on 2008-10-18 09:58

เขียนมาแบบนี้
แล้วจะให้เม้นต์ว่าอะไรดี

อะไรก็ได้ อะไรก็ได้ อะไรก็ได้



งั้น
เขียนอะไรก็ได้มา
เราก็จะอ่านอะไรก็ได้ให้ก็แล้วกัน



confused smile

#46 By beambongga (61.7.145.148) on 2008-10-18 09:59

ขอบคุณ "อะไรก็ได้" นะ
ที่ทำให้มีอะไรให้อ่าน ^^

นักอยากเขียน(เฉพาะกิจ)อย่างเรา
ไม่ต้องใช้อะไรมาก
ใช้แค่ "ความรู้สึก" ก็พอ

#47 By jummdcu (125.24.94.18) on 2008-10-18 10:39

ชอบอ่าน
อะไร?
อะไร ก็ได้

#48 By ae on 2008-10-18 12:08

อึ้ง
เลย
เขียนอะไรก็ได้
เหมือนผมเยย

#49 By 9sword on 2008-10-18 14:23

หวัดดีพี่เอ๋

พี่เอ๋เขียน'อะไรก็ได้'

เราก็เข้ามาอ่าน 'อะไรก็ได้'

ทุกครั้งที่เปิดคอมฯ

บางที'อะไรก็ได้'ที่พี่เอ๋เขียน มันก็ได้อะไรนะ

เขียนบล็อกเหรอ บางทีก็อยากเขียนนะ
แต่บางทีมันไม่ค่อยขยันเท่าไหร่

ขนาดไดอารี่ ยังเขียนไม่ทุกวันเลย
บางวันมันก็ไม่รู้จะเขียนอะไร ไม่มีอะไรที่อยากจะเขียน

เป็นคนคอยอ่าน รู้สึกดีกว่ากันเยอะ ยังไม่รู้สึกอยากเขียน
จริงๆจังๆ บางทีอนาคต อาจจะอยากเขียนก็ได้ ใครจะรู้
:)

#50 By ยำมะเขือยาว(หวาน) (117.47.155.121) on 2008-10-18 15:39