อวสานหนังสือ

posted on 03 Sep 2008 03:08 by roundfinger

วันพฤหัสฯ นี้โซนี่และวอเตอร์สโตนจะส่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 'Sony Reader' (ขออนุญาตเรียกว่า 'อีหนังสือ' )ออกสู่ตลาดและเริ่มทำการตลาดอย่างจริงจัง

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์เครื่องนี้กำหนดราคาไว้ที่ 199 ปอนด์ (ซึ่งเทียบกับไอพ็อดก็ไม่แพง) มีความจุ 200 เม็กกะไบต์ (เองหรอ) สามารถจุหนังสือได้ 160 เล่ม (เชียวเหรอ) ถ้าอยากจุมากกว่านั้นก็เพิ่มความจุได้ด้วยเม็มโมรี่การ์ด ซึ่งความจุที่ว่าสามารถแบ่งไปเก็บและเล่นเพลงได้ด้วย (อืม ฟังดูน่าสนใจ อีกหน่อยคงใช้ถ่ายรูปและโทรศัพท์ได้ด้วย) เมื่อต่อเข้ากับเครื่องพีซีที่บ้านก็สามารถดาวน์โหลด ebook จากเว็บไซต์ของวอเตอร์สโตนได้ทันที

e-ink หรือ 'หมึกอิเล็กทรอนิกส์' ไม่กินไฟเลยแม้แต่น้อย เครื่องจะใช้พลังงานต่อเมื่อ 'พลิกหน้า' เท่านั้น แบตเตอรี่หนึ่งก้อนจึงอ่านหนังสือได้ถึง 1,680 หน้า (นั่นหมายถึง 'หน่อไม้' สี่เล่ม! < โฆษณาแฝง)

แต่ละเล่มจะขายพร้อมกับซีดีที่มีหนังสือ 100 เล่มฟรีๆ! อาทิ Dracular, Great Expectations, Pride And Prejudice และ Romeo And Juliet (ซื้อครั้งเดียวก็อ่านได้ห้าปีแล้ว ถ้าเป็นหนังสือไทยแล้วแถม 'เพชรพระอุมา' คงอ่านกันจนเหนียงยานกันเลยทีเดียว)

Toby Young (นักเขียน) เห็นว่าเป็นโอกาสดีต่อนักเขียนหน้าใหม่ อีหนังสือจะเปิดโอกาสให้คนอ่านได้ลองอ่านงานของพวกเขาง่ายขึ้น แต่ Nick Hornby (About A Boy, ฯลฯ อีกมากมาย) กลับเห็นว่า หนังสือน่าจะยืนระยะได้นานกว่าซีดี เขาเป็นคนหนึ่งที่เขียนเสมอว่า "นักอ่านชอบหนังสือ ขณะที่นักฟังเพลงไม่ได้รู้สึกผูกพันกับซีดีเท่าไหร่นัก"

ทางร้านบอกว่าพยายามจะทำให้ราคาของอีหนังสือนี้ถูกลง และจะเตรียมหนังสือเล่มใหม่ๆ ไว้ให้ดาวน์โหลดให้มากที่สุด

เป็นข่าวที่น่าสนใจ และชวนให้คิดต่อ วันหนึ่ง "หนังสือ" จะกลายเป็นเพียงแค่ "ไฟล์" เหมือน mp3 ไหม จะมี "ประเทือง" ภาคหนังสือไหม จะส่งต่อ "ตัวหนังสือ" กันง่ายๆ เหมือนเพลงอย่างในทุกวันนี้ไหม นักเขียนที่ว่ากันว่าไส้แห้งอยู่แล้วจะยิ่งแห้งไปจนสะดือติดไขสันหลังเลยไหม ตลาดหนังสือจะล่มสลายเหมือนตลาดเพลงที่กำลังประสบปัญหาไหม อีกหน่อยนักเขียนจะต้องแต่งตัวโป๊ๆ แล้วเต้นประกอบตัวหนังสือแล้วขายวีซีดีแนบไปเหมือนที่นักร้องเซ็กซี่ๆ เขาทำกันไหม

อนาคตของหนังสือจะเป็นอย่างไร

อนาคตของนักเขียนจะเป็นอย่างไร

พฤติกรรมการเขียน การอ่าน การซื้อ จะเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง

หนังสือที่เป็นเล่มๆ จะถึงคราวอวสานไหม

ผมคิดไปเขียนไป มีคำตอบให้ตัวเองอยู่บ้าง (และไม่มีคำตอบบ้าง)

อยากฟังความคิดเห็นของคนอื่นก่อนดีกว่า

คิดอย่างไรกับ "อีหนังสือ"

คุณรักหนังสือหรือรักตัวหนังสือข้างในนั้น

หรือเพราะมันรวมกันมันจึงเป็น "หนังสือ"

แล้วจำเป็นหรือที่ "หนังสือ" จะต้องเป็นอย่างที่มันเคยเป็นมา?

------------------------------------------------

ปล. เพิ่งได้ข่าวเรื่องประกาศภาวะฉุกเฉิน หวังว่าจะไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้

Comment

Comment:

Tweet

หนังสือมีกลิ่น แต่ อีหนังสือ ไม่มีกลิ่น

#102 By JAYJOK (202.28.181.7) on 2008-12-30 22:04

หนังสือ ถือเข้าส้วมได้ โดยไม่ต้องกลัวไฟชอต ตกส้วมก็เป่าแห้งได้ แต่อีหนังสือนี่...ถ้าตกส้วม จะทำไงดีล่ะเออ

#101 By โลมาสีน้ำเงิน (58.137.99.133) on 2008-11-10 15:46

เขียนคอลัมน์เกี่ยวกับอีหนังสือเสร็จแล้วครับ
ถ้าได้ลงในอะเดย์แล้วจะมาแปะไว้ในนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกันอีกครั้งครับผม
big smile

#100 By A+ on 2008-09-25 21:28

ไม่หรอกค่ะ

หนูชอบสะสมเป็นเล่มๆมากกว่า

แบบe-bookอะ
ถ้าโดนไวรัสก็หายหมด
ซื้อใหม่อีก
ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน สู้หนังสือเป็นเล่มๆก็ไม่ได้

แถมอ่านจากในมือถือ/คอม ปวดตาจะตาย
อ่านแบบหนังสือสบายตากว่าเยอะ

จริงๆนะbig smile

#99 By แม่พิมพ์มือใหม่ (202.143.176.197) on 2008-09-18 16:59

เป็นอีกคนที่

รักหนังสือ สมุด กระดาษ ปากกา

มากกว่าโปรแกรม สำเร็จค่ะbig smile

#98 By A m e e r a H (58.137.54.40) on 2008-09-17 09:58

ชอบจับกระดาษมากกว่ากดปุ่มน่ะ - -

#97 By J(^_^)KE (58.9.150.163) on 2008-09-15 15:34

ถ้าถามว่า อนาคต มันจะบูมมั๊ย?
เราว่า อีกหน่อยก็คงฮิตแน่นอน
แต่คงยังไม่ใช่สำหรับเมืองไทยใน 1-2 ปีนี้
คงอีกสักพักหนึ่ง(ล่ะมั๊ง)

ขนาดแผนที่ เดี๋ยวนี้หลายๆคนยังชอบใช้
GPS มากกว่าการกางแผนที่ (เกี่ยวกันมั๊ยชักไม่แน่ใจ) พอโลก ก้าวไปข้างหน้า
อีกหน่อยคงมีอะไรใหม่ๆ มาแทนสิ่งเก่า
อีกมากมายค่ะ

แต่ถ้าถามว่ามันจะมาแทนหนังสือได้มั๊ย
เราว่าแทนไม่ได้ เพราะมันไม่เหมือนกัน
ทางด้านอารมณ์ และความรู้สึก
เราก็รู้สึกอย่างที่หลายๆ คนบอกว่า
ชอบอ่านหนังสือมากกว่า (เนอะ)

เราว่า ข้อดีของ ebook
ก็ตรงที่ไม่ต้องมีการตัดต้นไม้ซึ่งมีอยู่น้อยอยู่แล้ว มาทำหนังสือ
และ ebook สามารถอ่านเวลาอยู่บนรถทัวร์มืดๆหรือบนเครื่องบิน ที่ชาวบ้านเค้าหลับกันแล้วแต่เรายังไม่อยากจะหลับ แต่จะเปิดไฟก้อเกรงใจชาวบ้าน ถ้าได้เครื่องเล็กๆบางๆเบาๆ มาถืออ่านไปด้วย มีแสงในตัว ก็โอเค
และคาดว่า ebook ก็จะทำให้เกิดนักเขียนหน้าใหม่ๆเพิ่มมากขึ้นอีกเยอะเนื่องจากปัจจุบัน ใครอยากมีหนังสือเป็นของตัวเองที่เราเขียนเองเนี่ย มันก็ไม่ใช่ง่ายๆนะ เราว่าถ้าเป็น ebook ในช่วงแรกๆคงมีการให้โอกาสนักเขียนหน้าใหม่มากขึ้น
(คิดข้อดีไม่ออกละในตอนนี้)

แม้ว่านึกข้อดีออก แต่ก็ยังชอบอ่านหนังสือ
มากกว่าอยู่ดีค่ะ คงเพราะเราคุ้นชินกับ
หน้ากระดาษ มากกว่าหน้าจอ อิเล็กทรอนิคมั๊ง
confused smile
ปล. ตายๆๆแล้วอีกหน่อยจะไปดมกระดาษได้จากไหนเนี่ย หาดมยากขึ้นแน่ๆ

#96 By C-C on 2008-09-15 15:18

ผมว่าเสนห์ของการอ่านหนังสือมันอยู่ที่หนังสือกับที่คั่นหนังสือ
ยังไงหนังสือเป็นเล่มก็น่าอ่านกว่าอยู่แล้วครับ

#95 By นภ (58.9.153.234) on 2008-09-13 23:39

หวัดดีพี่เอ๋
ปูนเองครับ
ยังไงผมก็ชอบตัวหนังสือของพี่อยู่ดี
ไม่ว่ามันจะรวมอยู่เป็นเล่ม
หรือรวมอยู่บนเว็บ
ยังไงผมก็ว่าคนเรา ก็เอาโน๊ตบุ๊คขึ้นไปนอนกางอ่านบนเตียงไม่ได้อยู่ดีเเหละพี่
อรรถรสมันต่างกันเด้อ
รักษาสุขภาพด้วยพี่ แล้วจะเเวะมาคุยใหม่ครับ

#94 By (124.120.9.221) on 2008-09-12 23:50

ชอบหนังสือเพราะความเปนหนังสือนะ
แล้วถ้าทามเปน "อีหนังสือ"
มานก้อม่ายใช่"หนังสือ"แล้ววอ่าา

จิงๆถ้าเปนไปได้ชอบหนังสือที่เปนลายมือคนเขียนเรยยด้วยซ้ำ
มานให้ความรุสึกว่าเราได้อ่านอะไรที่เค้าตั้งใจสื่อให้เราจิงๆ
เนอะconfused smile

#93 By giraffe (58.64.80.173) on 2008-09-12 19:39

ต้องหนังสือสิพี่เอ๋
มีเบลทั้งคน หนังสือพี่เอ๋ไม่อวสานแน่นอนค่ะ
:*)

#92 By เบล (58.9.57.43) on 2008-09-11 18:44

ยังไงก็ตาม สรรพนามของ"หนังสือ" ก็ยังคงเป็น"เล่ม" อยู่ดีคะ
ชอบผิวสัมผัสของกระดาษ ชอบให้นิ้วมือเปื้อนหมึกพิมพ์
ยังคงชอบให้นิ้วมือทำงานมากกว่าการ"click"
confused smile

#91 By danube (125.25.35.13) on 2008-09-11 17:43

่ชอบอ่านหนังสือจากคอม ปวดตา
ฮาฮาฮา

#90 By iiws (158.108.230.25) on 2008-09-11 09:35

ผมคงเป็นคนรุ่นเก่าที่กำลังตกยุคไปแล้ว

ชอบอ่านหนังสือเป็นเล่มๆมากกว่า "อีหนังสือ"

ขนาดไฟล์ในคอมยังชอบพิมพ์ออกมาอ่านถ้ายาวมากๆ

ชอบฟังเพลงจากแผ่นซีดีโดยตรงมากกว่า "ไอ้ป๊อด"

แม้จะมีทั้งสองอย่างก็ตาม

ผมว่ามันมีเรื่องของอารมณ์ "ความคลาสสิค" เข้ามาเกี่ยวกระหวัดด้วย เวลาที่เราได้สัมผัสเนื้อหาจากสื่อแท้ๆมากกว่าสื่ออิเลคทรอนิก

ปัญหาคือห้องเล็กๆที่อยู่ไม่มีที่จะเก็บหนังสือแล้ว

หากซื้อเพิ่ม ก็ต้องเอาของเก่าไปบริจาคเท่าๆกัน

แต่คิดอีกแง่ มันก็ดี ทำให้เราไม่สะสมเกินจริง

มีเฉพาะที่อ่าน ไม่ใช่มีทุกเล่มที่ "อยาก" ครอบครอง

แม้จะมีเงินพอซื้อได้ก็ตาม

big smile

#89 By แรงใจไฟฝัน on 2008-09-10 11:39

"นักอ่านชอบหนังสือ ขณะที่นักฟังเพลงไม่ได้รู้สึกผูกพันกับซีดีเท่าไหร่นัก"

อะโห.. คุณพี่นิคเขาพูดยังงี้จริงๆเหรอคะ เราผูกพันกับซีดีพอๆกับที่รักหนังสือเลยนะ
หรือเขาจะหมายความว่า ซีดีทำให้คนฟังเพลงรู้สึกผูกพันไม่ได้เท่าแผ่นเสียง
(พี่เขาต้องผูกพันกับแผ่นเสียงแน่ๆ พิจารณาจาก High Fidelity)
ถ้าเป็นยังงั้นก็ไม่รู้เพราะเกิดไม่ทันยุคแผ่นเสียง 555+

สำหรับเราไม่ว่าจะการอ่านหรือฟัง เราก็ยังชอบอ่านและฟังอะไรที่จับต้องได้
หมายถึงมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างกันไป แต่ละเล่ม แต่ละแผ่น
หนา บาง หนัก เบา ปกแข็ง ปกอ่อน กระดาษแบบไหน เย็บเล่มยังไง
ซีดีแพ็คเกจเป็นยังไง มีเนื้อเพลงมั้ย ใหญ่เกินกล่องใส่ซีดีอีกแล้ว แล้วจะเก็บยังไง ใส่กล่องก็ไม่ได้ ฯลฯ
สำหรับเรา (อีกที) ไอพอดกับอีหนังสือคงทำได้แค่อำนวยความสะดวกในการพกพา
เราพกไอพอดเพราะว่ามันสะดวก อยู่บนรถเมล์ก็ฟังได้
แต่เราคงไม่พกอีหนังสือเพราะว่าอยู่บนรถเมล์เราไม่ควรอ่านหนังสือ
เราพกไอพอดเพราะจะได้ไม่ต้องพกซีดีหลายๆแผ่น
แต่เราคงไม่พกอีหนังสือ เพราะเราชอบอ่านให้จบทีละเล่ม ไม่อ่านสลับไปมา
เราพกไอพอดเพราะไม่ว่าจะทำอะไรเราก็ฟังเพลงได้ ฟังตอนทำงานก็ได้
แต่เราคงไม่พกอีหนังสือ เพราะอ่านหนังสือตอนทำงานอาจโดนไล่ออกได้
อืม.. ดูเหมือนอีหนังสือไม่ค่อยจะอำนวยความสะดวกให้เราสักเท่าไหร่เลยนิ question

#51 คุณ illman เราเคยเห็นคนขอให้นักร้องเซ็นต์ลงไอโฟนให้ด้วยล่ะ
พี่เขาดูอึ้งๆพลิกไอโฟนไปมา แต่ก็เซ็นต์ให้ด้วยดี - -"

#88 By mayv (118.174.73.94) on 2008-09-09 22:31

ก็คงเหมาะกับคนชอบอ่านหนังสืออย่างเราที่ขี้เกียจพกหนังสือเล่มหนาๆ เวางเดินทางมังคะ

แต่ถ้าไม่ได้ไปไหน อารมณ์นอนอ่านหนังสือที่บ้าน และสัมผัสเวลาพลิกกระดาษอ่าน ก็ยังมีเสน่ห์ในตัวมันเองอยู่ดี

สรุปว่าก็เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจค่ะbig smile
จุดขายคงมีอยู่เยอะเลยสำหรับ อีหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นประหยัดกระดาษ ลดการใช้ต้นไม้ สะดวกพกพา หรืออะไรก็ตามอีกมากมาย แล้วพอคนผลิตหนังสือน้อยลง หนังสือก็แพงขึ้น ต่อไปคนไทยก็อ่านหนังสือกันน้อยลงอีก เพราะเหตุผลเดิมๆว่า หนังสือบ้านเรามันแพง (นอกเรื่องไปแล้ว ^^)

แต่ไม่ว่ายังไง ก็ยังชอบอ่านหนังสือจากการถือแล้วพลิกด้วยมือตัวเองมากกว่า ก้มหน้ากวาดตาเวลาไม่ต้องการสบสายตากับใครขณะขึ้นรถไฟฟ้าหรือลงดิน ยังไงหนังสือก็ดูดีและมีเสน่ห์คับ ยืนยัน big smile

แต่คิดว่าคนที่ทำหนังสือคงต้องหาวิธีที่จะผลิตกระดาษยังไงให้ใชต้นไม้น้อยสุดแล้วหล่ะ ไม่งั้นโดน อีหนังสือ ตีกระเจิงแน่นอน

#86 By apotastucu (61.47.30.100) on 2008-09-08 17:07

เพิ่งอ่าน หน่อไม้ จบเมื่อกี้

มักกะหนาดเน่อ


ปล. สมัคร ออกไป

#85 By schwinn (202.28.27.6) on 2008-09-07 17:50

เพิ่งว่างมาอ่านอ่ะ แห่ะๆ

สำหรับเรา ยังไงเราก็คงรักหนังสือที่เป็นเล่มๆ ที่เราจับต้องได้และรู้สึกได้ถึงความเป็นเจ้าของอยู่ดี (ชอบดมกลิ่นหนังสือด้วยง่ะ อิอิ) เคยลองอ่าน e-book แต่ไปไม่รอด อ่านไปสองหน้าก็ปิดดีกว่า big smile

#84 By Qingqing (124.122.197.201) on 2008-09-07 14:25

ไม่รู้ดิพี่....แนนว่าอ่านหนังสือที่เป็นเล่มๆมันได้อารมณ์ตั้งเยอะ ความสนุกของการอ่านหนังสือคือการได้พลิกหน้ากระดาษจากหน้าหนึ่งไปอีกหน้า แล้วคอยลุ้นว่าเรื่องมันจะเดินต่อไปอย่างไร ตรงกับที่เราคิด รึป่าว และหนังสือนั้นมันก้อสะท้อนอารมณ์ของเราว่าช่วงเวลานั้นเราเป็นอย่างไง ตอนไหนอย่างอ่านเรื่องหนักๆ รึไม่ก็อ่านเอามัน ฮา อย่างเดียว และทำให้เรารักหนังสือมากขึ้น

ส่วนอีหนังสือ ก็สะดวกดีน่ะแต่อ่านแล้วคงไม่ได้อารมณ์ว่ะ

แต่มันก้อแล้วแต่คนน่ะ

#83 By คะแนน (202.12.97.113) on 2008-09-06 20:19

อ่านและขนลุกครับ
ผมคนหนึ่งหละครับที่จะไม่ซื้อ
ถ้านักอ่านอย่างเราไม่ซื้อเขาก็ขายไม่ได้
หน้ากระดาษกับหน้าจอไฟฟ้า
ยังไงมันก็เทียบกันไม่ได้
ไม่รู้ว่าเราจะโบณาณไปหรือป่าวนะ
อีหนังสืออาจจะเป็นวิวัฒนาการอีกขั้นของหนังสือก็ได้นะ
กลีบดอกไม้-หินชนวน-ใบลาน-กระดาษ-อีหนังสือ...
แต่มันคงไม่ดีเท่า หนังสือ จริงๆก็ได้
อย่างว่านะ สัมผัสจากกระดาษนี่นุ่มนวลอ่อนโยน
(เว่อร์ไปไหมหนอ)
sad smile


หนังสือจงเจริญ................

#81 By นิ้วเรียว (125.24.247.83) on 2008-09-06 16:02

ยังไงก็ยืนยัน ว่าหนังสือ ดีที่สุด เพราะว่ามันเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมาย ที่สัมผัสได้จริงๆ

#80 By Po (119.42.85.195) on 2008-09-06 12:20

โอ้โห ถ้ามีการโหวตกัน "หนังสือ" คงชนะขาดแน่ๆ
ท่าทางโซนี่ต้องคิดหนักเสียแล้วสิเนี่ย
question

#79 By A+ on 2008-09-06 02:05

อ่านหนังสือที่ไม่ได้จามกลิ่นหมึก
นิ้วไม่ได้ติดหมึกพิมพ์มันไม่ได้อัถรสdouble wink

#78 By DeK Tha! In DreaM CiTy on 2008-09-06 00:27

เป็นธรรมดาค่ะ เป็นไปตามยุคตามสมัย และความเปลี่ยนแปลง
สิ่งที่มีประโยชน์มากกว่ามักจะอยู่รอด ...

โดยส่วนตัวแล้วกระดาษเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากกว่า
เพราะบางครั้งเวลาทำงานในคอมไม่ยักกะเห็นความผิดพลาด พอปริ้นท์ออกมาดูก็กลับเห็นมัน ทั้งๆ ที่ในคอมมีตัวตรวจจับความผิดพลาดของเรามากมาย big smile
ผมยังชอบเจ้าหนังสือเป็นเล่มๆอยู่ดี มันสามารถเป้นเพื่อนร่วมทางไปกับเราได้ทุกที่ ที่เราอยากพามันไป

#76 By mai (118.174.121.158) on 2008-09-05 23:55

หนังสือควรเป็นหนังสือ
การอ่านจะน่ารื่นรมย์ได้อย่างไร
ถ้าหนังสือกลายเป็นสื้ออีเลคทรอนิคส์

#75 By (203.153.170.11) on 2008-09-05 21:37

ไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้รึเปล่าไม่รุ้ = =

#74 By Mind(^^) (58.64.49.126) on 2008-09-05 20:40

เราชอบหนังสือพี่เป็น"เล่ม"มากกว่านะ
มันให้ความรู้สึกของคำว่า"หนังสือ"จริงๆ
ถ้ามี"อีหนังสือ"มา คงไม่ซื้อ

#73 By นายฟักทอง on 2008-09-05 20:26

ภาว่าการได้ใช้นิ้วเปิดกระดาษลุ้นเรื่องราวในหนังสือนี่ได้อารมณ์ที่สุดแล้ว ยิ่งได้ดมกลิ่นกระดาษกลิ่นหมึกไปด้วยยิ่งมีความสุขเข้าไปอีกquestion

อีหนังสือมันก็ดีในแง่ความสะดวกอ่ะนะ แล้วอาจจะมีลูกเล่นอะไรเพิ่มขึ้นมากมาย แต่ปัจจุบันนี้คนที่ทำงานหน้าจอคอมก็แทบจะตาบอดกันอยู่แล้ว ถ้าเวลาหย่อนใจยังต้องมาโดนแสงพุ่งเข้าใส่อีกมันคงไม่เวิร์คมั้ง

#72 By pa (124.121.1.227) on 2008-09-05 20:10

ละมุนภัณฑ์ กระด้างภัณฑ์ ของพรรค์นี้

#71 By ก้าวนิ่ม on 2008-09-05 13:25

คงจะไม่มีอะไรที่จะมาแทนกันได้ ของแต่ละสิ่งย่อมเป็นปัจเจกของมันอยู่แล้ว

'อีหนังสือ'มันไม่สามารถทำให้นิ้วดำเวลาเราพลิกหน้า(การ์ตูนทั้งหลาย) ทั้งยังไม่มีกลิ่นหมึกที่เย้ายวน

เสน่ห์มันต่างกัน

#70 By kungya (61.90.235.120) on 2008-09-05 11:17

เราว่าหนังสือไม่เหมือนเพลง
สำหรับเรา...
เราชอบดมกลิ่นกระดาษ
ชอบสัมผัสร่องรอยบนหนังสือ
ยิ่งหนังสือนั้นอยู่กับเรานานขึ้นๆ
ยิ่งรักและผูก+พัน
อีบุ๊กอาจได้รับการโปรโมทประมาณว่าไม่ต้องตัดต้นไม้มาทำหนังสือ
แต่ก็ต้องทำลายอย่างอื่นอยู่ดี
เราว่าไม่มีวันที่หนังสือจะอวสาน
และเชื่อว่าหนอนหนังสือทั้งหลายคงคิดเช่นนั้น

#69 By iamGIFT (124.120.5.178) on 2008-09-05 10:44

หวานไม่ค่อยชอบนะ
คือหนังสือมันมีค่าของมันตามกาลเวลาความเหลืองกรอบ รอยขาด หนอนแทะและน้ำลาย
แล้วอีหนังสือนี่จะให้นักเขียนเซ็นยังไงอ่ะ
ถ้ามันแฮงค์ก็อดอ่านซิ
บางทีพึ่งเทคโนฯมากก็ไม่ดีเสมอไป
แต่ไอเดียก็ดีนะคะ สร้างสรรค์และลงมือทำจริง อย่างน้อยก็ลดโลกร้อนได้มั้ง

#68 By หมูหวาน (161.200.255.162) on 2008-09-05 10:03

ชอบเสน่ห์ของหนังสือ ชอบกระดาษ มีให้ความรู้สึกที่ต่างกันนะ แต่ถ้าจะประหยัดกระดาษ เพื่อ รักษาต้นไม้ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะค่ะ

#67 By nut (161.200.255.162) on 2008-09-05 08:36

อนาคตหนังสือก็คงเหมือนไฟล์เพลง
ถ้าโหลดมาลองแล้วถูกใจก็ซื้อเก็บ
ไม่ชอบก็จบ
สะดวกดีเหมือนกัน
แต่ยังไงหนังสือก็ดูน่ารักอบอุ่นกว่านะ
โดยเฉพาะเวลาเปิดไปเจอหน้าที่นักเขียนเซ็นให้
open-mounthed smile

#66 By Jin (58.147.68.162) on 2008-09-05 07:21

สำหรับผมไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน

ขึ้นชื่อว่าหนังสือผมก็กลัวทั้งนั้นอ่ะครับ

หุหุ ก็ผมเป็นคนที่ไม่รักการอ่านเอาซะเลย

แต่ถ้าอีกหน่อยจะไม่มีหนังสือเป็นเล่มๆให้อ่านล่ะก็

หนังสือ อิฐ ของพี่นิ้วกลม ก็ผิดคอนเซปต์น่ะสิครับ

แล้วผมจะเอาอะไรไปปาหัวคนที่ผมหมั่นไส้ล่ะครับเนี่ย

อิอิ tongue

#65 By PooMs (161.246.1.32) on 2008-09-05 05:06

หนังสือกับเจ้าของหนังสือมักมีความผูกพันกัน

ส่วนตัวแล้วเป็นคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือ

และรักหนังสือทุกเล่ม

ก็ไม่รู้ว่า sony reader จะให้ความรู้สึกแบบนั้นได้รึเปล่า

#64 By LoMa (202.44.135.34) on 2008-09-05 02:33

โรควุ้นในตาเสื่อม เป็นตัวสกัดการอ่านหนังสือผ่านจอคอมฯ ได้เป็นอย่างดี
ตอนนี้เป็นแล้วด้วย
อ่านหนังสือเถอะ ปลอดภัย ไม่ต้องชาร์จแบต

#63 By คนขับช้า on 2008-09-04 22:25

ไม่รู้สิ
เเต่เเบบ
เราชอบหนังสือมากกว่า
เปิดพลิกไปพลิกมาดูมีเนื้อมีนวล
<บางตรั้งก้อมีกลิ่นหอมๆ>ออกมาเวลาเปิดอ่านนะ

เเต่ก้อเป็นอะไรที่ดีเราจะได้ไมลดทรัพยากร
ของโลกเเต่ก้อคงเสียคุณภาพทรัพยากรตาของพวกเราเองนี่เเหละ

เเต่พี่%!!!!!!!

เล่นคองมากระวัง ตา สั้น นะ พี่!!!!!

#62 By (125.27.92.40) on 2008-09-04 14:44

ขอบคุณทุกคนที่แลกเปลี่ยนความคิดนะครับ
อ่านแล้วสนุกดีจัง
big smile

(จินตนาการของบีมคล้ายๆ เราเลยแฮะ)
big smile

#61 By A+ on 2008-09-04 14:40

e-book คงทำให้สะดวกขึ้นนะ แต่ยังไงก็ยังรู้สึกว่าหนังสือมีชีวิตนะ...เวลาอ่านมันมีความรู้สึกใกล้ชิด มากกว่า มีความผูกพันมากกว่า มันไม่ใช่แค่เพียงการอ่านหนังสืออย่างเดียว...มันทำให้เราได้เขาไปรู้จักโลกของคนอ่านมากกว่าการอ่านe-book นะ

อ่านจากe-book ไม่เคยอ่านได้นานเลยค่ะ ก็ยังคงตัอง print ลงกระดาษออกมากอ่านอยู่ดี

#60 By apinporn (203.146.16.161) on 2008-09-04 13:01

ชอบแบบเป็นเล่มมากกว่า

"อีหนังสือ"เนี่ย

มันจะมีที่สำหรับให้คนเขียน
เซ็นลายเซ็น+เขียนข้อความดีๆ
ให้คนอ่านไม๊
angry smile

#59 By him (124.121.77.151) on 2008-09-04 12:47

ต่ออีกหน่อย ทำให้คิดไปไกล
อีกหน่อยเราคงจะมีก้อนฮารด์ดิสคนละก้อนไว้พกพาแทนมือถือ
ที่รวมห้องสมุด โรงหนัง คลังเพลง ไฟล์ข้อมูล รูปภาพ
และอินเตอร์เนตไว้ด้วยกัน
อาจไม่ต้องโทรหากันแล้วเพราะเราจะออนไลน์กันตลอดเวลา
อยากคุยก็คุยได้เลย เหมือนเอ็มเอสเอ็น

เด็กๆก็จะมีห้องสมุดส่วนตัวไม่ว่าอยู่ที่ไหน

เวลาจีบกันก็เอาไฟล์ท๊อปชารต์ของแต่คนมาแลกกันดู
ให้เครื่องสแกน ไฟล์ไหนเหมือนกันบ้าง
อุ๊ย ท๊อปชารต์เพลงของเธอเหมือนของฉันเลย
ดูสิ ท๊อปชารตหนังก็ชอบเรื่องเดียวกันฯลฯ

ฮ่าฮ่า

โลกอนาคต สนุกสนานดีแท้question

#58 By beambongga (61.7.145.148) on 2008-09-04 12:10

บีมมองว่ามันก็ดีนะ และรอคอยการเกิดของมันไม่น้อยเลยล่ะ
สมมติว่ากำลังอ่านsoundtrack
แล้วมีไอคอนคลิกให้ฟังเพลงประกอบ
เพลงดังขึ้นมาในเวลาที่ต้องการนั้นมันจะซึ้งแค่ไหน

บางเพลงที่อยู่ไหนหนังสือก็ไม่รู้จัก ไม่รู้ทำนอง
ถ้าเป็นอีบุ๊คนี่คงทำได้แน่ๆ

คลิกปั๊ปฟังเพลงได้เลย
น้ำตาไหลพรากๆ

อีกอย่างคือ มันเหมาะสำหรับคนขี้ลืมอย่างบีมมาก
ถ้ามีตัวช่วยในการเสริช อ่านๆอยู่คิดถึงเรื่องนั้นขึ้นมา
เอ มันอยู่ไหนน้า ถ้าเสริชหาได้คงช่วยได้เยอะ

มันคงเป็นการผสมรูปแบบใหม่ น่าตื่นตาตื่นใจดี

จริงๆแล้วก็มีนิตยสารออนไลน์อยู่แล้วนี่นา ฮ่าฮ่า

นักออกแบบอย่างพี่เอ๋คงมีอะไรให้เล่นเยอะขึ้นนอกจากนั่งเขียนอย่างเดียว ฮา

คิดปก คิดsound ประกอบ ภาพเคลื่อนไหว
และโฆษณาคั่นในแต่ละบท

แต่สำหรับหนังสือนี่ก็ชอบแหละ พกง่ายได้ฟิลมีเนื้อกระดาษให้สัมผัส ก็ชอบนะแหละ ของมันคุ้นเคยกันอยู่

#57 By beambongga (61.7.145.148) on 2008-09-04 10:42

แบบไหนก็เอาค่ะ
เพราะโลกก็ต้องดำเนินไป
ถ้าจะมีงานเขียนที่หลากหลาย
มีการส่งต่อกันทาง .torrent จริง
จนทำให้คนความคิดดีดี ที่อยากมีตังค์ใช้ ท้อถอยกับการ
เขียนหนังสือ
เหลือแต่ ขยะใน อีหนังสือจริง
เยาวชนได้รับสื่อขยะๆเหล่านั้น จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ภูมิคุ้มกันทางใจไม่แข็งแรง
โลกก็แย่กว่าที่เป็นอยู่...

สัตว์โลก ก็เป็นไปตามกรรม

#56 By PoY on 2008-09-04 06:30

ฝากถึง rep#25
ผมเห็นภาพเลยครับ วงเล็บเปิด สยอง มากๆ วงเล็บปิด

ยังไงก็ยังติดตามหนังสือของ นิ้วกลมอยู่ดีครับ

#55 By CrossbacK (58.147.82.131) on 2008-09-04 05:38

ฝากไว้ในอ้อมตาและใจแด่คนไกล
ป่านเป็นคนถ่ายไว้เองพี่เอ๋

http://padmultiply.multiply.com/journal/item/70?mark_read=padmultiply:journal:70&replies_read=3&goto=3#reply3

#54 By ป่าน (58.8.75.163) on 2008-09-04 00:55

หนังสือ ต้องถือ ต้องกาง double wink

#53 By ป่าน (58.8.75.163) on 2008-09-04 00:50