ฮารูกิ มาราธอนมิ

posted on 23 Aug 2008 05:12 by roundfinger

เหมือนฮารูกิ มูราคามิจะมีหนังสือชื่อภาษาอังกฤษว่า What I Talk About When I Talk About Running ดูเหมือนจะน่าอ่าน

พี่แกอึดและขยันวิ่งเหลือเกิน วิ่งมายี่สิบหกปี และไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

"ตราบที่ร่างกายอนุญาต ผมก็จะวิ่งไปเรื่อยๆ มันเป็นธรรมชาติของผม เหมือนแมงป่องต้องต่อย เหมือนจั๊กจั่นไต่ต้นไม้ แซลมอนว่ายทวนน้ำไปยังแหล่งกำเนิด และเหมือนเป็ดป่าที่รักกันตลอดชีวิต"

ธรรมชาติของพี่เขา เขาเกิดมาวิ่ง

เคยได้ยินว่าชอบเพลงแจ๊ส แต่ดูเหมือนพี่มูราคามิจะรักการวิ่งไม่แพ้อะไรในโลก แกถึงขั้นอยากสลักป้ายหน้าหลุมฝังศพไว้ว่า "At Least He Never Walked."

แกบอกว่า ยิ่งวิ่งความเป็นไปได้ของร่างกายก็จะยิ่งปรากฏออกมา

"ผมวิ่งเพื่อหาช่องว่าง" แกว่างั้น "แต่คุณก็รู้ ไม่มีจิตใจของมนุษย์คนไหนจะว่างเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบหรอก บางแว้บ ความคิดมันก็โผล่เข้ามาเหมือนกัน"

"สิ่งต่างๆ มากมายเกี่ยวกับการเขียนหนังสือ ผมได้เรียนรู้มาจากการวิ่งทุกวันนี่แหละ"

ชอบมีคนถามว่าอยากเขียนหนังสือแต่ไม่รู้จะเริ่มที่ไหนดี บางทีคำตอบอาจอยู่บนลู่วิ่งในสวนสาธารณะสักแห่ง

เขาวิ่งทำเวลาได้ดีที่สุดตอนช่วยอายุสี่สิบปลายๆ แต่เดี๋ยวนี้ก็ไม่ได้ฟิตมากมายขนาดนั้นแล้ว เขาเคยวิ่งมาราธอนในเวลาสามชั่วโมงครึ่ง แต่เดี๋ยวนี้เขาก็ไม่ได้เสียใจอะไร แหม พี่แกเปรียบเทียบได้ดี

"คุณเปิดตู้เย็นออกมา แล้วก็สามารถทำอาหารดีๆ สักหนึ่งมื้อด้วยส่วนประกอบทั้งหมดที่เหลืออยู่ในตู้ มันมีแค่แอปเปิ้ลลูกหนึ่ง หัวหอมลูกหนึ่ง เนย แล้วก็ไข่ แต่คุณก็ไม่บ่นหรอก คุณก็ทำมันขึ้นมาจากสิ่งที่คุณมีอยู่น่ะแหละ พอแก่แล้วเราก็ยิ่งเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มี"

มูราคามิยังบอกด้วยว่า การวิ่งไม่ได้มีความหมายกับการมีอายุยืนเท่ากับการได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่

ใช้พลังและชีวิตให้เต็มขีดจำกัดเท่าที่คนหนึ่งคนจะทำได้ นั่นล่ะความหมายของการวิ่งและความหมายของการมีชีวิต และสำหรับเขา มันหมายถึงการเขียนหนังสือด้วยเช่นกัน

ฟังแล้วคันเท้าขึ้นมาตะหงิดๆ เดือนหน้าเห็นว่าจะมีวิ่งในเมือง ว่าจะไปวิ่งกับเขาด้วยคน

------------------------------------------------------------------------------------------------

*เนื้อหาจาก Evening Standard

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณพี่เอ๋ที่แนะนำหนังสือดีๆ

มีหลายประโยคโดนใจคนวิ่งมากกกกก
ทำให้อยากวิ่งให้ได้มากขึ้นแล้วก็อยากรีบหาหนังสือมาอ่านโดยเร็วพลันcry

#36 By jing (124.121.245.54) on 2008-09-05 21:20

ขอเป็นนอนหลับฝันยาวนานเต็มขีดจำกัด(มากๆ)ของมนุษย์คนนึงมั่ง ได้ป่าวคะ eiei

#35 By ป่าน (58.8.69.231) on 2008-09-01 02:06

"ผมวิ่งเพื่อหาช่องว่าง"
อยาก"วิ่งเพื่อหาช่องว่าง"เหมือนกัน
ก็โรงเรียนมันรั้วรอบเลยนี่ !!
ล้อเล่นน้า
แต่ชอบช่องว่างมากๆเลย


วิ่ง??

พี่นิ้วจะไปวิ่งหรอ??
สู้สู้นะ อย่าลืมพกยาดมล่ะ!! !

#34 By นายฟักทอง on 2008-08-30 14:07

อ่านแล้วสงสัยว่า
แล้วธรรมชาติของเราคืออะไรนะ??

#33 By mayv (118.174.133.67) on 2008-08-27 15:36

ขอบคุณย์เน๊อออ



พี่เอ๋ open-mounthed smile

#32 By เอ๋ยเอ๋ย (124.121.34.36) on 2008-08-26 23:16

...การใช้ชีวิตเท่าที่คนๆนึง จะทำได้
...เจ๋งไปเลยอะครับ L(>_<)

#31 By chaiha on 2008-08-26 15:19

เกิดมาชาตินึงต้องใช้ชีวิตให้คุ้มสินะ

ไปวิ่งแระค่า
55+

#30 By แม่พิมพ์มือใหม่ (202.28.181.11) on 2008-08-25 18:15

พอแก่แล้วเราก็ยิ่งเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มี..

^
'
'

เพิ่งเม้นท์ไปในบล็อค "สุข"
ว่ายิ่งแก่ ยิ่งมีความสุขง่ายขึ้น
คุณมุราคามิ เรามีความคิดอะไรคล้ายๆกันนะคะเนี่ย
อ่านหนังสือคุณมานาน ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ; )

#29 By kae+ (67.159.44.63) on 2008-08-25 13:14

ผูกเชือกรองเท้าอยู่เหมือนกัน ถึงจะเหนื่อยกว่าจะถึงเส้นชัย แต่มันต้องถึงซักวัน

#28 By @prettyP@ on 2008-08-25 12:54

แปลเป็นไทยหลายเล่มนะครับ
เราชอบ "การปรากฏตัวของหญิงสาวในคืนฝนตก" ที่สุด
เล่มบางๆ ไม่เหนื่อยจนเกินไป ลองอ่านดูนะครับ

big smile

#27 By A+ on 2008-08-25 03:07

ไปวิ่งด้วยฮะ

เผื่อหัวจะแล่นตามลู่วิ่ง

คิดโปรเจ็กออกซักที^^

#26 By yuee (125.26.148.238) on 2008-08-25 02:33

พี่เอ๋

หนังสือของมูราคามิเนี่ย มันแปลไทย รึว่าเปนอังกิด หงะ


อยากจะลองซื้อมาอ่านดู

อ่านในหนังสือนวนิยายมีมือ ของพี่เอ๋แล้ว ก็เลยสนใจ

ว่าตา มูราคามิเนี่ย หนังสือเค้าเปนยังไง

ช่วยบอกหน่อยเน๊ออออ


เรื่องไหนน่าอ่านก็ บอกชื่อให้ด้วยน๊าcry

#25 By เอ๋ยเอ๋ย (124.121.88.208) on 2008-08-24 20:40

สงสัยค่ะ
สงสัยว่า แอ๊ปเปิ้ลกับไข่
เอาไปทำอะไรกินได้?

5555+

#24 By Spink! on 2008-08-24 03:01

cool!!Hot!

#23 By 6am9pm on 2008-08-24 02:30

ซื้อหนังสือที่ออกใหม่ 3 เล่มของเขามาตุนไว้แล้ว

คาดว่า น่าจะเริ่มอ่านอาทิตย์หน้า

#22 By นกไร้ขา (58.10.84.5) on 2008-08-24 01:53

"เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มี" : )

พี่เอ๋จะไปวิ่งใช่มั้ยคะ?
สนุกกับการวิ่งนะคะ โชคดีค่ะ

: )

#21 By feel (58.8.48.65) on 2008-08-24 01:50

วิ่งต่อไป..
ไม่รู้จะเหนื่อยหอบเมื่อไหร่
จะล้าขนาดไหน
แต่ยังไงก้วิ่งต่อไป..


โปสการ์ดพร้อมส่ง .. ห้าาา ..​จะกลับโรงเรียนพอดี เลยฝากพ่อส่ง
จะส่งไปถึงมั้ยไม่รู้

หนังสือของท่านฮารุกิ ตีพิมใหม่สามเล่ม ..
คาดว่าจะรีบซื้อหลังทำโปรเจกนี้เส็ด เห้อออ เหนื่อยอ่อน .. วิ่งบนลู่นี้มาสองเดือน ..
เปิดเทอมก็ยังต้องวิ่งต่อ .. เมื่อไหร่จะ ได้พักยาวๆ ซักทีน้า า

อยากอ่านภาคอังกิด แต่คาดว่าคงไม่รู้เรื่องแน่

เอาหละ ยาวเกินละ ..​

อ่อ ใช่ๆ ไทยได้สองเหรียญทอง สองเงิน แล้วนะค๊าาา

#20 By aprileighth on 2008-08-24 00:36

ขอให้มีความสุขกับการวิ่งและสิ่งที่ทำอยู่ค่ะ

รออ่านหนังสืออยู่นะคะbig smile

#19 By powder_p (79.155.88.31) on 2008-08-23 22:38

กำลังผูกเชือกรองเท้าอยู่ เส้นชัยคงไม่หนีไปไหนหรอกนะ^^

#18 By oldme on 2008-08-23 22:28

แนะนำให้พี่เอ๋วิ่งไปอังกฤษตอนนี้เลย
มีเวลาอีก 4 ปี
เริ่มตอนนี้ยังทัน
แต่ตอนนี้เสียดายค่ะ
อุตส่าห์ลุ้นมวยมนัส ดันแพ้

#17 By นิ้วเรียว (125.24.208.136) on 2008-08-23 19:28

เติมไฟๆ big smile

#16 By yokuraku * on 2008-08-23 18:55

ชอบจัง มีความสุขกับสิ่งที่มี ใช้ชีวิตให้เต็มขีดจำกัดของมนุษย์
พี่เอ๋จะไปวิ่งเหรอ
สนุกกับการวิ่งนะ
:)

#15 By หวาน (222.123.188.36) on 2008-08-23 18:49

นั่นสินะ...

#14 By มอเอ. (58.8.236.129) on 2008-08-23 16:47

เวลายังวิ่งหนีเราได้เลย เราก็ต้องวิ่งไล่จับเวลาให้ทัน ก่อนที่มันจะเข้าเส้นชัยไปก่อน
ไม่ใช่เราอยากจะชนะเพียงฝ่ายเดียว ไม่ใช่อยากเป็นแค่ผู้แพ้ตลอดไป
แต่เราจับไอ้"เวลา"ตัวนี้ไมได้ไง จับได้แต่"เวลา"จากนาฬิกา

แล้วเจอกันใหม่ด้วยความห่วงใย..confused smile
"พอแก่แล้วเราก็ยิ่งเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มี"

ชอบคำนี้จังbig smile

อ่านจบแล้ว กลับมาคิดว่า เราคงต้องเริ่มทำอะไรอย่างที่เราถนัดและรัก ด้วยความจริงจังบ้างแล้วล่ะsurprised smile

#12 By ღ•Louk-Peach•ღ on 2008-08-23 13:33

พออ่านแล้ว คิดว่าจะต้องเริ่มวิ่งจริงๆซะแล้วสิ : )

#11 By Mind(^^) (58.64.49.210) on 2008-08-23 12:37

นั่นสินะbig smile
ไป-วิ่ง-กัน~cry

#10 By greateve2b on 2008-08-23 11:49

กรุ๋งกริ๋ง..

ต้องแป่ะแผ่นป้ายไว้หลังเสื้อด้วยว่า "ระวังลื่น!"
เพราะเฮียแกกำลังวิ่งอย่างมัน(ส์)หยด

..แต่คนข้างหลังเค้าก็ไม่บ่นหรอก
เพราะเค้าเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มีไงล่ะ (?)

** มั่วได้มั่วมั่กมั่ก sad smile

กรุ๋งกริ๋ง..

#9 By echaba (125.25.216.50) on 2008-08-23 11:32

ใช้พลังและชีวิตให้เต็มขีดจำกัดเท่าที่คนหนึ่งคนจะทำได้ นั่นล่ะความหมายของการวิ่งและความหมายของการมีชีวิต
เจ๋งจริงจริงsurprised smile

#8 By น้องหนังสือ (202.28.27.6) on 2008-08-23 11:29

โอลิมปิก เฟสติวอล เอิกเอิก

#7 By น้องหนังสือ (202.28.27.6) on 2008-08-23 11:28

อ่านแล้วรู้สึกชอบจังเลย สงสัยจะต้องกลับไปวิ่งสวนลุมใหม่ (หลังจากแยกทางกันไปนาน)

มีหนังสือพี่เขาเหมือนกัน คงต้องเอามาปัดฝุ่นอ่านใหม่ซะแล้ว

#6 By peterpan (195.189.142.56) on 2008-08-23 11:09

"การวิ่งไม่ได้มีความหมายกับการมีอายุยืนเท่ากับการได้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่"
o_O

#5 By กระต่าย (58.136.50.164) on 2008-08-23 10:58

เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งที่มี...ดีจังเลยนะbig smile
ชอบตรงที่ว่าเปิดตู้เย็น มีของอยู่เท่าไหร่ก็ทำได้แค่นั้น

จะว่าไป กีฬาทั้งหลายทำให้คนรู้ขีดจำกัดของตัวเองอย่างที่ว่าจริงๆด้วย

...ว่าแล้วก็นอนอืดต่อไป...
เมื่อไหร่จะขยันออกกำลังได้น้า

#3 By พลอย (58.8.7.141) on 2008-08-23 09:32

โอ้ววว ว่าเเล้วเราก็ยังไม่ได้อ่านหนังสือพี่เเกเรยยbig smile
"ผมวิ่งเพื่อหาช่องว่าง"
ชอบคำนี้จัง
อย่างนี้อิชั้นก็คงจะว่ายน้ำเพื่อหาช่องว่างได้เหมือนกันนิ
หลักการเดียวกัน*

#1 By groundfloor on 2008-08-23 06:50