เขียนถึงโปสการ์ดนี่เขียนได้หลายแบบ หลายแบบที่ว่าคือหลายมุมมอง หลายอารมณ์ แต่ขึ้นชื่อว่า "กระดาษ" มักนำพาอารมณ์ละมุนละไมติดมากับมันเสมอ ละมุนละไมกว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นแน่ ความละมุมอุ่นๆ อบอวลบางครั้งก็ชวนให้อ่อนไหวหากเผลอไผลจะกลายเป็นชายโรแมนติกไปได้ มิดีมิควร ว่ากันว่าชายอ้วนและขบขันนั้นมีเสน่ห์กว่า จึงสะสมไขมันรอบพุงและมุ่งมันขยันเก็บมุกที่เรี่ยราดอยู่ทั่วไปใส่ตัว วันนี้จึงพยายามเขียนถึงโปสการ์ดอย่างน่ารักน่าชังมากกว่าโรแมนติกกุ๊กกิ๊ก

ภาพแรกที่เห็นตามประสาหนุ่มโรแมนติกหลบใน (หลบอยู่ลึกมาก เกือบควานหาไม่เจอ) เมื่อได้รับโปสการ์ดคือมือสองมือที่ยื่นกระดาษสี่เหลี่ยมแผ่นไม่ใหญ่ให้แก่กัน ลำพังแค่ภาพนั้นก็น่ารักแล้ว แต่มันจะน่ารักมากขึ้นหากลองนึกถึงตำแหน่งแห่งที่ของเจ้าของมือทั้งสอง คนหนึ่งอาจยืนเท้าเปื้อนทรายอยู่ริมชายหาดเมืองไทย อีกคนหนึ่งอาจยืนตากฝนเม็ดใหญ่อยู่ในลอนดอน มือทั้งสองช่างห่างไกล แต่ยื่นกระดาษพร้อมข้อความใส่มือกันได้

กระดาษถูกส่งจากมือของคนหนึ่งที่นึกถึงอีกคนหนึ่งจึงจรดปลายปากกาฝากข้อความไปกับยานพาหนะที่ชื่อ "กระดาษ" โดยใช้พลังงานในนาม "แสตมป์"

หากไกล ค่าน้ำมันก็แพงหน่อย

พอก่อนดีกว่ากับภาพโรแมนติก คิดไปอีกนิด ก่อนที่โปสการ์ดจะเดินทางมาถึง มันต้องถูกน้ำจำนวนหนึ่งป้ายลงบนตัว (ส่วนใหญ่จะเป็นบนหัวไหล่ข้างขวา) เจ้าของโปสการ์ดจำนวนมากใช้น้ำบ่อน้อยใต้รูจมูกทาถูทาถูที่หลังแสตมป์ ลิ้มรสชาติกาวเหนียวๆ เคี้ยวแล้วกลืน ทำหน้าชื่นมื่นชื่นใจ (ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น) โปสการ์ดจึงมี "น้ำมัน" เป็น "น้ำลาย" ที่เติมใส่แสตมป์ก่อนที่ร่อนไปสู่จุดหมายปลายทาง

น้ำลายจากปากเจ้าของข้อความได้ส่งตรงข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงมือของผู้รับที่คว้าหมับมาโดยไม่ได้ดม (ถึงดมก็คงโอเค เพราะคาดว่ากลิ่นจากลิ้นสีชมพูนั้นคงจางลงไปมากแล้ว) มือคว้ากระดาษติดแสตมป์เปื้อนน้ำลาย สายตาส่ายไปมาอ่านข้อความใต้คราบน้ำลายที่มองไม่เห็นนั้น

จากปาก มาสู่ตา ได้ยินภาษาของกันและกัน

พูดด้วยมือ ฟังด้วยตา นั่นล่ะภาษาของโปสการ์ด

เชื่อหรือไม่ว่าตัวหนังสือก็มีเสียง เสียงหนุงหนิง กุ๊กกิ๊ก ขึงขัง จริงจัง ห่วงใย อบอุ่น และขบขัน ผสมกันไปมา ตามสำเนียงและภาษาที่เลือกใช้ รวมไปถึงเส้นสายในการเขียน เลยไปถึงการ์ตูนที่วาดแต่งเติม บางคนเพิ่มอารมณ์ด้วยแสตมป์ที่เลือกสรรมาเป็นอย่างดี และแน่นอน ภาพที่ส่งมาย่อมส่งบรรยากาศบางอย่างมาด้วย

ข้อความเหมือนเนื้อเพลง ภาพด้านหลังเหมือนท่วงทำนอง

คล้องจองบ้าง ขัดแย้งบ้าง ตามแต่ความต้องการของเจ้าของโปสการ์ด

"เจ้าของโปสการ์ด" คำนี้น่าสนใจและชวนไตร่ตรอง ใครเป็น "เจ้าของ" กันหว่า?

ก่อนส่งมานั้น "ผู้ส่ง" ดูเหมือนจะเป็นเจ้าของ แต่พอมันร่อนออกจากมือมาถึงมือของ "ผู้รับ" สิทธิ์ความเป็นเจ้าของดูเหมือนจะเปลี่ยนมือไป หรือไม่ก็อยู่ตรงกลาง ผมว่ามันน่าจะเป็นสิ่งของที่มีเจ้าของสองคน คนส่งและคนรับ ผลัดกันเป็นเจ้าของ และเป็นเจ้าของด้วยกันทั้งคู่

โปสการ์ดจะมีความหมายก็ต่อเมือมีคนส่งและคนรับ ในวินาทีที่คนรับรับมันขึ้นมาอ่าน นาทีนั้นเองที่โปสการ์ดมี "ความหมาย" ต่อให้ผู้ส่งและผู้รับเป็นคนเดียวกันก็เถอะ

โดยส่วนใหญ่ข้อความในโปสการ์ดมักจะน่ารัก มันไม่จำเป็นต้องปิดผนึกสนิทแน่นเหมือนจดหมาย ไม่ยากมากมายแต่ก็ส่งความรู้สึกได้ไม่น้อย บางคนบอกว่า โปสการ์ดนั้นทำให้คนเราเขียนในสิ่งที่อยากจะเขียนจริงๆ ลงไป มีแต่ผักบุ้ง น้ำไม่ท่วมทุ่งเต็มแผ่น แต่ผมว่าบางทีน้ำเยอะๆ ก็ไม่เห็นเป็นไร เขียนโปสการ์ดนะพี่ไม่ใช่รายงานส่งอาจารย์ จะเขียนอะไรก็เขียนเถิด จะเยอะจะน้อยจะมีเนื้อมีหมูมีปูมีน้ำบ้างก็แล้วแต่คนเขียน เชื่อเถอะว่าคนอ่านนั้นยิ้มร่าตั้งแต่ยังไม่ได้อ่านแล้วด้วยซ้ำ

คนเราดีใจเมื่อรู้ว่ามีคนนึกถึง การส่งโปสการ์ดเหมือนง่ายแต่จริงๆ แล้วก็ไม่ง่ายนัก คุณต้องการองค์ประกอบอย่างน้อยตั้งห้าอย่างจึงจะส่งโปสการ์ดได้ หนึ่งคือโปสการ์ด สองคือปากกา สามคือแสตมป์ สี่คือน้ำลาย (หรือของเหลวอะไรก็ได้ที่สลายกาวเป็น) ส่วนอย่างที่ห้าขอเว้นไว้ให้ทายกัน (สิ่งนั้นอาจหายากที่สุด)

เมื่อมีครบแล้วก็ส่งโปสการ์ดได้

คนรับดีใจเมื่อมีโปสการ์ดมาถึงมือ คนส่งอาจจะดีใจเมื่อรู้ว่ากระดาษแผ่นนั้นไปถึงมือของไอ้คนนั้นแล้ว และมันได้แปลงร่างไปเป็นของมีค่าที่ผู้รับคนนั้นจะเก็บรักษาไว้อย่างดี

แวะมาขอบคุณที่สละน้ำลายป้ายแสตมป์ส่งกระดาษแผ่นเล็กๆ มาให้พร้อมความรู้สึกและข้อความดีๆ (สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้น้ำลาย ขอแนะนำให้ลองเลียแสตมป์ดูในคราวหน้า) แวะมาบอกว่ากระดาษแผ่นนี้ที่เคยอยู่ที่นั่นบัดนี้มันได้โบยบินมาถึงที่นี่แล้ว

จากน้ำลายได้มาถึงสายตา

ได้รับตัวอักษรดีๆ ครบถ้วน ไม่ตกหล่นแม้กระทั่งไม้เอกสักตัว ส่วนกลิ่นหอมของน้ำลาย ให้มันสลายไปบ้างก็ดี

Photobucket 

รูปถ่ายของ "ภา" ตอนไปเที่ยวสิงคโปร์ ด้านหลังเขียนเป็นระเบียบมาก แถมมีปากกาสีแดงกากเพชรจุดล้อมกรอบ สวยดี

Photobucket

แผ่นนี้มาไกลจาก Christchurch, New Zealand ของ "วิว" บอกว่าอากาศที่นั่นกับที่นี่คล้ายกัน

Photobucket

แผ่นนี้ "หยก" ส่งตรงจากหลวงพระบาง เห็นแล้วคิดถึงบรรยากาศบ้านเฮา

Photobucket

แผ่นนี้เห็นแล้วหิว "อุ๋ย" ส่งมายั่วน้ำลายโดยแท้ (อุ๋ยใช้เนื้อที่ด้านหลังคุ้มมาก)

Photobucket

แผ่นนี้จาก "คุณกุ้ง" ส่งรูปตลาดตรงข้ามบ้านที่เชียงใหม่มาให้ ที่ไชน่าทาวน์ที่นี่ก็มีสามล้อถีบนะเออ

Photobucket

คุณ Peterpan ส่งรถเต่ามาให้ เป็นรถที่ผมชอบพอดีเลยครับ : )

Photobucket

"โหยก" เขียนกลับหลัง ต้องส่องกระจกอ่าน แถมวาดการ์ตูนมาด้วย บรรยากาศฝนตกเข้ากับที่นี่เลยเชียวครับ

Photobucket

อยากให้ "มายด์" ได้เห็นสภาพของโปสการ์ดที่ส่งมา มันกลายร่างเป็นสีน้ำตาลไปแล้ว คาดว่าจะเปียกฝน แต่ก็สวยไปอีกแบบ

Photobucket

"คุณมุก" เดินเล่นรอบเกาะรัตนโกสินทร์แบ่งภาพถ่ายสวยๆ มาให้ดู ขอบคุณนะครับ

Photobucket

"ปีนป่าย" เพิ่งมาอังกฤษในเวลาชิดๆ กัน เล่าให้ฟังว่ากำลังมีเทศกาลดนตรี Folk Week เราก็ไปเทศกาลดนตรี V Festival มา (แต่ไปแบกหาม) ปีนป่ายสบายดีใช่ไหม เห็นรูปภาพเมืองก็น่าไปเที่ยวดีนิ

Photobucket

แผ่นนี้ของ "ปุ๊" มีดีที่ตราประทับ เรียกว่าแผ่นเดียวคุ้ม เพราะปุ๊ไปงานไปรษณีย์ไทยมา

Photobucket

ของ "คุณ Qingqing" ส่งข่าวเรื่องหน่อไม้ และฝากทักทายเจ้าชายวิลเลี่ยม (จะเจอไหมนี่) โปสการ์ดที่ส่งมาคมคาย ขึงขัง จริงจัง มีอักษรเบรลซะด้วย แต่ข้อความข้างหลังกลับขี้เล่นซะงั้น

Photobucket

แผ่นนี้ของ "จิน" ชอบรูปการ์ตูนข้างหลัง น่ารักดีจริง

Photobucket

ของ "พี่จุ๋ม (เจ้าเก่า)" ขอบคุณครับสำหรับเพลงที่ทำให้คิดถึงแม่ และขอบคุณที่พี่จุ๋มนึกถึงกันเสมอ (ได้รับทั้งสองแผ่นครับผม)

Photobucket

แผ่นนี้ของ "โอ" แสตมป์บ่งว่าส่งจากมาเก๊า (ติดกลับหัวด้วยนะ เมารึเปล่า) ขอบคุณสำหรับข้อความดีๆ ครับ

Photobucket

แผ่นนี้ของ "ปุ้ม" ท้องฟ้าสวยเหมือนภาพวาดเลย

Photobucket

มีคนใจตรงกันสองคู่ แผ่นหนึ่งของ "ปุ๊" กับอีกแผ่นของ "คุณนุช" ขอบคุณมากๆ เลยครับสำหรับคำอวยพร ขอให้คุณนุชมีความสุขกับการเขียนหนังสือเช่นกันครับ

Photobucket

แผ่นหนึ่งของ "แอ้" มาสั้นๆ ง่ายๆ เห็นโปสการ์ดน่ารักดีเลยซื้อมาฝาก กับอีกแผ่นของ "จอม" ไปงานเดียวกันมาแน่เลยเชียว สวัสดีทั้งจอมและแอ้ จอมทำหนังไปถึงไหนแล้ว

Photobucket

ฉบับสุดท้ายเป็นคำทักทายจาก "พี่จุ๋ม" ขอบคุณสำหรับข่าวดีที่พี่เล่าให้ฟัง และคำทักทายที่อบอุ่น สำหรับหนังสือเล่มใหม่ที่พี่จุ๋มถามถึง ผมเองก็อยากให้ทันตุลานี้เหมือนกันครับ เขียนไปได้พอสมควรแล้ว แต่ยังเหลืออีกเยอะอยู่ ก็ค่อยๆ เขียนไปครับ ที่ถามว่าจะมาไม้ไหน ตอบว่า-งานนี้มาเป็นไดอารี่ครับ ฝากสวัสดีพี่น้องฟลาเนอร์ทุกท่านทั้งเด็กและผู้ใหญ่ไปถึงวัยชรา (ใครหว่า) ด้วยนะครับ

ขอบคุณเจ้าของโปสการ์ดทุกแผ่นที่ส่งมาแบ่งให้ได้เป็นเจ้าของด้วยอีกคน ตอนอยู่เซี่ยงไฮ้ ก่อนกลับเคยส่งโปสการ์ดจีนๆ กลับไปหาคนที่มีที่อยู่แนบมาให้ หวังว่าจะได้รับกัน อยู่ประเทศนี้ไม่แน่ใจว่าจะมีเงินซื้อแสตมป์มาเลียเล่นไหม เพราะลำพังข้าวปลายังไม่มีปัญญาซื้อมายาไส้ จึงขอตอบกลับทางนี้ไปพลางๆ ถึงอย่างไรก็ขอบคุณมากๆ นะครับ ขอบคุณจริงๆ ครับ : )

Comment

Comment:

Tweet

ชอบบทความนี้จังพี่

#57 By นภ (58.9.153.234) on 2008-09-13 23:52

เพิ่งเข้ามาบล็อกพี่เอ๋ก็วันนี้แหละค่ะ
โล่งใจ นึกว่าจะส่งไม่ถึงมือพี่เอ๋ซะอีก..แอบคิดว่า Mr.Postman คงแอบงงเนอะว่าคนไรว้าชื่อ Roundfingerquestion ไว้จะส่งไปคุยอีกละกันนะคะ

เรื่องใช้น้ำลายทาแสตมป์นี่ เมื่อก่อนทำบ่อยค่ะ รสชาติกาวได้ใจมาก หลัง ๆ ไม่ค่อยล่ะเพราะรู้สึกว่ากาวไม่อร่อย..ใช้น้ำแทนดีกว่า

รักษาสุขภาพด้วยนะคะcry

#56 By pa - ภา (203.146.108.5) on 2008-08-28 15:50

เอ่อ

ความซึ้งของโปสการ์ดเนี่ย
ประทับใจมากค่ะ

แต่หนูไม่เคยดมกลิ่นน้ำลายติดstamp
(และใช้น้ำทาstampตลอด)

เลยไม่ทราบดื่มด่ำ
ประทับใจกลิ่นน้ำลายจากแดนไกลได้

55+

#55 By แม่พิมพ์มือใหม่ (202.28.181.11) on 2008-08-25 18:25

ผ้าปูที่นอนเปลี่ยนตามบรรยากาศของเมือง
คิดถึง++

#54 By LT (124.120.144.164) on 2008-08-24 23:19

หมดเขตส่งรึยังคุณเอ๋ มีโปสการ์ดมานำเสนอ ใบนี้คงต้องเป็นซองไป เพราะเป็นรุ่นกึ่งสำเร็จรูป(ให้ตั้งสมมุติฐานก่อน) เอาไว้ได้รับแล้วบอกด้วยว่าเดาถูกมั้ยแล้วเอามาอวดกันด้วยจ้าquestion

#53 By kungya (61.90.235.29) on 2008-08-24 22:49

พี่เอ๋กลับมาอัพบล็อคแล้ว ดีใจๆ อิอิ ^^
ตอนนี้ได้โปสการ์ดมาแล้ว กำลังจะเขียน แล้วส่งไปนะคะ
ช่วยรอรับด้วยนะคะ อิอิ

: )