อิฐที่สร้างเมือง
posted on 06 Jul 2008 02:19 by roundfingerเป็นวันที่มีความสุขมากๆ อีกหนึ่งวัน เป็นคอนเสิร์ตที่ประทับใจมากๆ อีกหนึ่งครั้ง เป็นวันที่น้ำตาไหลหลายรอบอีกหนึ่งหน เมื่อได้ไปดูคอนเสิร์ต "เพลงแบบประภาส" (ขอบคุณพี่ปิงปองและพี่ทศด้วยครับ)
คอนเสิร์ตเริ่มด้วยข้อความจากปลายปากกาของพี่จิก ไม่ได้จดมาแต่จำเนื้อหาได้ประมาณว่า ดนตรีทุกชนิดนั้นล้วนแต่มีแง่งามของมัน ดนตรีไม่มีต่ำมีสูง ข้อความจริงๆ จะมีประเภทของดนตรีอยู่ในนั้นด้วย "คลาสสิกอย่าดูถูกแจ๊ซ แจ๊ซก็อย่าดูหมิ่นร็อก ร็อกก็อย่าเห็นว่าลูกทุ่งไม่ดี ลูกทุ่งเองก็อย่าดูถูกหมอลำ หมอลำก็อย่าไปมองว่าคลาสสิกสูงส่ง" อะไรทำนองนี้
แค่เริ่มก็ได้กลิ่น "ประภาส" แล้ว
หลังจากนั้น "เพลงแบบประภาส" ก็ถาโถมเข้าสู่รูหูจนทำเอาน้ำท่วมตาอยู่บ่อยครั้ง เพลงต้นชบากับคนตาบอดที่ปิดไฟคอนเสิร์ตให้คนดูรับรู้ถึงความรู้สึกของคนตาบอด และรับฟังเสียงจากนักร้องสาวท่ามกลางความมืดนั้นสวยงามเหลือเกิน ยิ่งสวยงามยิ่งขึ้นเมื่อไฟเปิดและเฉลยให้คนดูเห็นว่านักร้องสาวคนนั้นเป็นคนตาบอด
เสียงปรบมือกึกก้องเกรียวกราว นักร้องสาวบอกกับคนดูว่า "ขอบคุณมากๆ ค่ะสำหรับกำลังใจที่มอบให้ ของบางอย่างไม่ต้องเห็นก็สัมผัสได้"
ผมคิดถึงเนื้อเพลงท่อนนั้น "บอดที่ใจเห็นไปอย่างไรไม่มีวันงาม โลกจะสวยนั้นสวยไปตาม จิตที่งามมองโลกสดใสไปในทางดี"
เพลงไล่เรียงมาเรื่อยๆ ทุกเพลงล้วนส่งสารจากพี่จิกมาสู่คนฟัง เป็นสารที่สอดเจตนาดีมาด้วยทุกเพลง หากพี่จิกเป็นนักหว่านเมล็ดพันธุ์ เมล็ดพันธุ์ที่หว่านลงดินนั้นมีแต่เมล็ดพันธุ์ที่อัดแน่นไปด้วยเจตนาดี รอวันงอกงามทั้งสิ้น
เป็นเมล็ดพันธุ์ที่หว่านด้วยปากและปากกา ลงสู่รูหู และไปงอกงามในสมอง
ล่วงเลยมาถึงเพลงที่พูดถึงควายได้อย่างน่ารักน่าชังแถมยังสง่างาม เครื่องดนตรีไทยจากน้องๆ ที่ชนะการแข่งขันในรายการคุณพระช่วยก็ยืนยันประโยคเปิดคอนเสิร์ตได้เป็นอย่างดี
ไม่เพียงแค่ชนิดของดนตรีแต่ยังหมายถึงชนิดของสิ่งมีชีวิตและไม่มีชีวิตในโลกใบนี้ เราต่างมีหน้าที่ มีศักดิ์ศรี มีคุณค่าในวิถีทางของตัวเอง ควายเองก็มีคุณค่าอย่างที่ควายเป็น ฟังเพลงนี้จบไม่เพียงรักควาย แต่ยังรักอีเห็น ชะมด รวมไปถึงตุ่นปากเป็ด
แล้วสามโทนก็ขึ้นมาฮา ฟังเพลงสามโทนแล้วคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ ที่เดี๋ยวนี้คงไม่มีเพลงอย่างสามโทนให้ฟัง เป็นเพลงกึ่งเมืองกึ่งลูกทุ่ง ส่วนผสมที่บอกไม่ถูก เจ้าภาพจงเจริญ, ขบวนการโป๊งโป๊งชึ่ง และสวัสดีปีใหม่ ถูกบรรเลงให้นั่งฟังเนื้อเพลงไล่ตามไปทีละเพลง ก็ได้รู้ว่าพี่จิกไท้ยไทย
ยังไทยไม่พอ อาเพลิน พรหมแดน ขึ้นมาร้องเพลงอยากมีหมอน ตลกมาก แต่ฟังไปฟังมาน้ำตากลับไหล "แต่จะให้ดีต้องมีสี ต้องมีสัน ปักลวดลายรูปพระจันทร์ รูปตะวัน รูปสัตว์เลี้ยง รูปมนุษย์ รูปน้ำใจ" ผมอยากปักหมอนเป็นรูปน้ำใจบ้าง แต่ผมว่ารูปนี้ต้องให้คนอื่นปักให้ เราปักเองไม่ได้หรอก
น้ำตามาไหลเอาท่อนนี้ "และชีวิตต้องผิดหวัง ต้องผิดหวังพลั้งไปได้ หากสมหวังได้ดังใจ ทุกสิ่งไปไม่แน่นอน" เหมือนเศร้า แต่วรรคต่อมาอาเพลินแกปลอบ "หยุดชีวิตที่ผิดหวัง ที่ผิดหวังยั้งไว้ก่อน เหนื่อยมานักพักลงนอน อยากมีหมอนอยากนอนหนุนนุ่นที่หนา"
วันไหนเหนื่อยๆ นอนลงบนหมอน พรุ่งนี้ค่อยมาว่ากันใหม่ ยิ่งถ้าได้หมอนรูปน้ำใจคงหลับสบายดี
แล้วก็เป็น "เฉลียง" อารมณ์เฉลียงยังอบอวล หัวเราะร่าทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าพี่ๆ มายืนเรียงกันในตำแหน่งเดิมๆ วันนี้จะขาดก็แต่พี่ดี้กับพี่นก หากดูไกลๆ พี่ๆ ยังเหมือนเดิมเลย แต่วันนี้ได้ดูใกล้ พี่ๆ ก็ดูเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กันขึ้นเยอะ (หุหุ)
เฉลียงร้องเธอหมุนรอบฉันฯ, เก็บใจ (ซึ่งพอรู้ประวัติแล้วเพลงนี้เพราะขึ้นจม), เที่ยวละไม และเพลงที่พลาดไม่ได้-อื่นๆ อีกมากมาย
ตามมาด้วยนิทานหิ่งห้อย ที่เฉลียงไม่ได้ร้อง แต่คุณบ๊อบบี้ออกมาเล่านิทานให้พวกเราฟัง ไม่ง่ายเลย วงออร์เคสตร้าบรรเลงสร้างภาพขึ้นจากเสียง เราเห็นได้ด้วยหู ต่างมีต้นลำพูคนละต้น ในอากาศเราต่างเห็นต้นลำพู ในจินตนาการ-หิ่งห้อยนับร้อยนับพันส่องแสงระยิบระยับกันเต็มไปหมด
เหมือนกลับไปเป็นเด็ก เหมือนได้เช็คจินตนาการของตัวเองอีกครั้ง ฟังแล้ววาดภาพ ผมเห็นหิ่งห้อย จังหวะที่คุณยายสอน น้ำตาเด็กๆ ก็ไหล "ธรรมชาติมันสวยงามที่สุดอยู่แล้ว อย่าไปกักขังมัน"
ผมฟังนิทานเห็นหิ่งห้อยลอยอยู่นับพัน อยากฝันเห็นเจ้าชายเจ้าหญิงอยากฝันสวยงาม
มาถึงเพลงอิฐก้อนหนึ่ง ที่คุณบีร้องได้อย่างฮึกเหิม โดยมีน้องๆ ประสานเสียงเป็นกำแพงอิฐที่เข้มแข็งอยู่ข้างหลัง ผมอยากได้ยินคนทั้งฮอลล์ร้องไปด้วยกันจัง เราคงมีสิ่งก่อสร้างจากก้อนอิฐที่แข็งแรงดี
ให้ลมมันแรงร้อนเพียงใด
ให้มีฝนมากมาย
แดดเกรียมเผาแทบตาย
อย่าไปยอมแพ้
อย่ายอมให้ลมพัดเราไป
อย่ายอมเพราะความง่าย
หยัดยืนสู้ด้วยใจ
ด้วยใจที่รวมกัน
อิฐก้อนหนึ่งซึ่งถูกวางอย่างเดียวดาย
มีความหมายแค่เพียงดินที่คนปั้น
ซ่อนความงามซ่อนความจริงและความฝัน
อิฐก่อนนั้นคงรอวันเพื่อมีค่า
อิฐหมื่นแสนที่ถูกวางอย่างสร้างสรรค์
อัศจรรย์จึงบันดาลขึ้นตรงหน้า
ก่อกำแพงสร้างบ้านเรือนตึกระฟ้า
แดดลมฝนจะพัดพาไม่มีหวั่น
อิฐก่อนนั้นช่วยป้องกันไม่หวั่นเลย
อิฐก่อนนั้นช่วยป้องกันไม่หวั่นเลย
อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้อย่างเดิม
อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้สร้างเมือง
อิฐก้อนไหน..จะถูกวาง..ไว้สร้างเมือง
เราจะเป็นอิฐก้อนไหน?
ก่อนจบคอนเสิร์ตพี่จิกขึ้นมาบนเวทีพร้อมน้ำตาคลอเบ้า เอ่ยปากบอกพวกเราว่า "วันนี้มีความสุขมากครับ มานั่งฟังวันนี้แล้วอยากแต่งเพลงอีกเยอะเลย"
ผมอยากให้พี่จิกแต่งเพลงอีก ฝากเอาไว้ให้ลูกๆ ของพวกเราฟังกัน เพลงเจตนาดีๆ เมล็ดพันธุ์ดีๆ อยากให้พี่จิกหว่านมันเยอะๆ ขณะขับรถอยู่บนถนนรัชดาฯ เหลือบไปเห็นมือเล็กๆ มือหนึ่งถือหนังสือ "เพลงเขียนคน ดนตรีเขียนโลก" ของพี่จิก ผมเห็นต้นกล้าเจตนาดีกำลังงอกเงย
พี่จิกเขียนไว้ในหนังสือเล่มนั้นว่า "ผมเชื่อว่าปากกาเขียนคนและเขียนโลกได้" คอนเสิร์ตวันนี้ทำให้ผมเชื่อในสิ่งที่พี่จิกบอก ผมเชื่อว่าเราเขียนโลกได้จริงๆ และโลกคงสวยงามถ้ามีผู้คนที่ใจสวยๆ ใจไม่บอดช่วยกันเขียน
เราทุกคนก็คงเหมือนดนตรีคนละประเภท ไม่เห็นต้องแบ่งแยกว่าอะไรดีอะไรไม่ดี อะไรสูงอะไรต่ำ ดนตรีไม่ว่าชนิดไหนก็ไพเราะ และต่างก็ทำให้โลกสวยงามและรื่นรมย์ทั้งนั้น
คนก็เหมือนกันใช่ไหม?
พี่จิกบอกว่าพวกเราทุกคนเป็นอิฐ แต่อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้อย่างเดิม อิฐก้อนไหนจะถูกวางไว้สร้างเมือง
เมืองที่พวกเราอยากเห็น โลกที่พวกเราอยากเห็น ไม่มีใครสร้างได้หรอก นอกจากพวกเราเอง
เมื่อคอนเสิร์ตจบ ได้มีโอกาสนำหนังสือ "หน่อไม้" ไปยื่นให้พี่จิกและพี่จุ้ยผู้เป็นแรงบันดาลใจและเพาะพันธุ์ความฝันขึ้นในตัวผม
เขียนตัวหนังสือส่งให้พี่จุ้ยว่า "ขอบคุณพี่จุ้ย สำหรับเมล็ดพันธุ์ความฝันที่ส่งมาถึงมือของผมครับ"
และของพี่จิก เขียนไปว่า "ขอบคุณพี่จิก สำหรับเมล็ดพันธุ์ความฝันที่พี่ส่งมาให้" ก่อนแถมท้ายอีกบรรทัด "จะตั้งใจเป็นอิฐที่สร้างเมืองครับ"
ช่วยกันสร้างเมืองที่เราฝันนะครับ
ให้ลมมันแรงร้อนเพียงใด
ให้มีฝนมากมาย
แดดเกรียมเผาแทบตาย
อย่าไปยอมแพ้
อย่ายอมให้ลมพัดเราไป
อย่ายอมเพราะความง่าย
หยัดยืนสู้ด้วยใจ
ด้วยใจที่รวมกัน
--------------------------------------------------------------------------------
(ได้เวลาออกเดินทางอีกครั้ง แล้วเจอกันเมื่อวันนั้นมาถึงครับ)

อยากไปดูคอนเสิร์ทพี่จิกเช่้นกัน มีเพื่อนชวนแล้ว แต่ไม่ว่าง
ไม่เป็นไร มาอ่านที่พี่เขียนไว้ ก็ได้อรรถรสไปอีกแบบ
เดินทางโดยสวัสดิภาพน้อครับ (แอบรู้จุึดหมายแล้ว.. อิจฉา!)
#1 By
มาสเตอร์แชมป์ on 2008-07-06 03:18