นั่งรถไฟไปตู้เย็น (กันไหม?)
posted on 11 Mar 2008 21:37 by roundfingerสวัสดีครับ
ช่วงนี้ลองทำตัวห่างเหินจากคอมพิวเตอร์ดูบ้าง ออกไปสูดลมดมฟ้ายิ้มให้หมาตดให้แมวดมก็รู้สึกรื่นรมย์ดีไม่หยอก ที่นี่อากาศดีขึ้นแล้ว หลังจากที่หนาวจนหัวหดขาแข็งไม่อยากออกไปไหนมาเป็นเวลานานเกือบสี่เดือน วันนี้ใส่เสื้อแจ๊กเก็ตตัวเดียวไปเดินกลางแดดตอนกลางวันนี่เล่นเอาเหงื่อหยดแหมะแปะลงบนพื้นคอนกรีต แต่พอตกกลางคืน ฟ้ามืด ดวงอาทิตย์ปิดคอมฯ สะพายกระเป๋ากลับบ้านไป อากาศก็เย็นขึ้นมาแบบน่าเดินเล่น ทำตัวอบอุ่นเหงาๆ เปล่าเปลี่ยวเดินคนเดียวใต้เงาจันทร์ หูฟังเพลงช้าๆ ที่กำลังฮิตในหมู่เด็กแนวอย่าง Falling Slowly ก็รู้สึกดีไม่ใช่น้อย หรือจะนั่งปล่อยอารมณ์แบบเก๋ๆ ด้วยการกางวรรณกรรมชั้นยอดของโลก ผลัดกับการจิบกาแฟแก่ๆ บนเก้าอี้ที่ตั้งไว้นอกร้านก็น่าจะเบิกบานแบบคูลๆ
ฮ่าฮ่า ก็แค่แซวเล่น แต่กิจกรรมทั้งหมดที่ว่ามา จริงๆ แล้วไม่ต้องสนว่ามันจะเท่ไหม แต่เมื่อได้ทำแล้วก็มีความสุขดี
และผมว่า คนที่มีความสุขนี่แหละ "เท่" ตัวจริง (นี่เป็นความคิดของคนที่เกิดมาหน้าตาเหมือนตาตุ่มของโดม-ปกรณ์ ลัม)
ผมว่าความสุขมาพร้อมกับการให้เวลา ดูเหมือนว่าเมื่อเรามีเวลาว่าง สิ่งต่างๆ จะไหลเข้ามาหาเราเอง ไม่ว่าความสุข, พลัง หรือแรงบันดาลใจ เหมือนตะกอนขุ่นที่หมุนวนอยู่ในแก้ว ค่อยๆ ตกลงไปที่ก้น (ก้นแก้วไม่ใช่ก้นผม!) น้ำในแก้วก็กลับมาใส เห็นอะไรชัดเจนอีกครั้ง
ช่วงนี้ไม่ได้อัพบล็อกถี่เหมือนเคย จริงๆ แล้วก็ไม่ได้อัพเป็นเรื่องเป็นราวมาสักระยะหนึ่ง ดูเหมือนมันจะกลายร่างไปเป็นพื้นที่แปะข่าวเสียมากกว่า ก็เพราะว่าตัวหนังสือทั้งหลายได้ไปรวมตัวกันอยู่บนหน้ากระดาษหนังสือและนิตยสารไปแทน
สองสัปดาห์ที่ผ่านมา ใช้เวลาทำงานผ่านอินเตอร์เน็ตกับพี่บิ๊ก-บอกออะบุ๊ก ทั้งในส่วนของเนื้อหา รูปเล่ม และปกสำหรับหนังสือเล่มใหม่ที่กำลังจะคลอดออกมาในปลายเดือนนี้ หากเดินผ่านบูธอะบุ๊กในงานหนังสือก็น่าจะได้เห็นหน้าค่าตากัน
"นั่งรถไฟไปตู้เย็น" เป็นบันทึกการเดินทางโดยสารรถไฟไปยังจุดที่เหนือที่สุดของจีน มีความหนาวอบอวลไปทั้งเล่ม คุณสมบัติคล้ายไอติม น่าจะบรรเทาความร้อนที่แผ่กระจายอยู่ในเมืองไทยได้บ้าง ส่วนจะมากหรือน้อยอย่างไร ขอฝากไว้ในอ้อมนิ้วให้พี่ๆ เพื่อนๆ ได้พิจารณากัน
ผมไม่ได้เขียนบันทึกการเดินทางมานานเกือบปี มานั่งเขียนอีกทีก็รู้สึกสนุกดีครับ รวมไปถึงการออกแบบปก ที่คราวนี้มีน้องซูซี่ (Susie Sun) มาร่วมด้วยช่วยกันยำ ผลัดกันรับส่งตู้เย็นและรถไฟกระทั่งได้หน้าตาออกมาอย่างที่เห็น เป็นส่วนผสมของความร้อนและความเย็นที่ผมว่าชวนฮาดี และมันก็ตอบในสิ่งที่หนังสือเล่มนี้เป็น มีเย็น-มีร้อน
หากใครมีโอกาสไปงานหนังสือ เพียงท่านหยิบขึ้นมาดมเราก็นิยมอยู่ในใจ แต่หากท่านจะนำมันกลับบ้านไป เราคงดีใจจนอยากให้ลายเซ็น (ถึงท่านจะไม่อยากได้) ผมเดาว่าน่าจะได้ไปงานหนังสือหลายวันอยู่ครับ แต่ที่แน่ๆ คือวันเสาร์-อาทิตย์ คงไปประจำที่บูธอะบุ๊กแน่นอน ไปนั่งหน้าสลอนอยู่ข้างหน้าตู้เย็น หากใครผ่านไปอย่าลืมโบกมือโบกสะดือทักทายกันนะครับ
อีกพื้นที่หนึ่งที่ตัวหนังสืออพยพไปอาศัย คือในนิตยสาร "มติชนสุดสัปดาห์" คอลัมน์ "ขุนพลอาจารย์บาน" อาจมีบางคนได้อ่านบ้างแล้ว และอาจมีอีกหลายคนที่ยังไม่ได้อ่าน ก็ถือโอกาสมาบอกกล่าวกันไว้ เผื่อบางคนเปิดข้ามไปจะได้เปิดกลับมาอ่านสักนิด
ดีใจมากๆ ครับที่ได้เขียนคอลัมน์ลงในนิตยสารสุดโปรดอีกหนึ่งเล่ม และนั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องกักตุนคุกกี้ในร้านนี้ไว้เพื่อนำไปเสิร์ฟลงบนหน้ากระดาษแทน เพราะการเขียนคอลัมน์รายสัปดาห์นั้นเป็นเรื่องท้าทายยิ่ง ต้องสะสมวัตถุดิบไว้อบอย่างขะมักเขม้น จึงขอฝากคุกกี้ในคอลัมน์นี้ไว้ให้ชิมกันอีกหนึ่งเมนู
ทั้งหมดนี้ก็คือข่าวสารในวันที่อากาศอบอุ่น
หากมีมติชนสุดสัปดาห์อยู่ใกล้มือ ก็ฝากเปิดชิมคุกกี้สักหน่อย และหากอากาศช่วงนี้ร้อนนักขอชี้ชวนให้ไปพักในตู้เย็น
โน่นแน่ะ รถไฟวิ่งมาแต่ไกล กระโดดขึ้นไปด้วยกันไหมครับ?
ว่าแต่ตอนนี้คุณนิ้วกลมอยู่เมืองไทยแล้วใช่ไม๊

ออกใหม่แล้ว
เย่ๆๆ
ดีใจๆ
ได้เสียตัง
เล่มนี้น่าหนุก
ปกเท่นะพี่
ชอบๆ
เปา
#1 By 365 Days Left on 2008-03-11 22:39