พจนานุกลม: เพื่อน

posted on 23 Dec 2007 18:57 by roundfinger in Dictionary

มนุษย์ควรมีเพื่อน ไม่งั้นนั่งๆ อยู่อาจขาดใจตายเพราะอาการขาดความสัมพันธ์ตาย หรืออาการเหงาขึ้นสมอง มนุษย์ที่ไม่มีเพื่อนคงไม่มีอยู่บนโลกใบนี้ หรือถ้ามีคงต้องเป็นคนที่แปลกประหลาดมาก ขนาดน่าจะพาไปออกรายการท้าพิสูจน์ ตามไปดู หรือไปโชว์ตัวแทนเมียงูในงานวัดได้

เพราะทุกอย่างในโลกนี้ต่างเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน จริงๆ แล้วพูดแบบกว้างๆ คงสัมพันธ์โยงใยกันไปหมดทุกหน่วย แต่พูดให้แคบหน่อย อย่างน้อยหนึ่งหน่วยนั้นก็ต้องสัมพันธ์กับอะไรสักอย่างล่ะน่า เก้าอี้ที่ไม่มีคนนั่งก็ยังตั้งอยู่บนพื้น อย่างน้อยมันก็สัมผัสและสัมพันธ์กับพื้น ก้อนขี้ที่ไม่มีใครอยากเอาเท้าไปสัมผัส ต่างจรลีหนีหาย ก็ยังมีแมลงวันผู้ใจดีเป็นเพื่อนคอยมาเกาะแกะ หน่วยหนึ่งย่อมมีอีกหน่วยหนึ่งเคียงข้างเสมอ แม้บางครั้งหนึ่งหน่วยที่มาเกาะแกะนั้นเราอาจจะไม่ได้ต้องการนัก และเราอาจจะต้องการหน่วยอื่นมากกว่า แต่หน่วยที่ว่ากลับไปเกาะขี้ก้อนอื่น เอ้ย คนอื่นแทน

แต่ไม่เหงาหรอก ยังไงเราก็มีเพื่อน อยู่ที่เราจะนับเขา เธอ หรือมันเป็นเพื่อนหรือไม่ บางทีเรื่องแบบนี้ก็พูดยาก คนหนึ่งอาจนับคนหนึ่งเป็นเพื่อน แต่ไอ้คนที่เรานับเขากลับไม่ได้นับเรา ว้า แย่จัง

คนที่เพื่อนน้อย จึงดูเหมือนจะเป็นคนไม่เอาเพื่อนมากกว่า เพราะเพื่อนก็มีอยู่เต็มไปหมด

เพื่อนอาจไม่จำเป็นต้องมีรูจมูกสูดออกซิเจนพ่นคาร์บอนไดออกไซด์ได้เสมอไป เพื่อนมีหลายบุคลิก หลายลักษณะ เพื่อนแต่ละลักษณะก็เหมาะกับเวลาและสถาณการณ์ที่ต่างกัน เวลาเศร้าเราอาจต้องการทิชชู่เป็นเพื่อน เวลาวุ่นวายเราอาจต้องการหนังสือธรรมะสักเล่ม เบียร์เย็นๆ สักแก้ว แล้วนั่งจ้อง(รูป)สวนหินในวัดเซน ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเพื่อนที่นำความสงบเย็นมาสู่จิตใจได้

เพื่อนอาจจะเป็นตุ๊กตาที่เธอซื้อมาให้ในวันวาเลนไทน์ ยามห่างไกลเธอก็ยังมีมันอยู่ข้างๆ ตัว กระทั่งยามเธอไปแล้วมันก็ยังอยู่ ความรักที่เธอเคยให้ยังอยู่เสมอ เพียงแค่เธอไม่มีจะให้เพิ่มแล้วเท่านั้นเอง

เพื่อนอาจเปลี่ยนสถานะจากก๊าซเป็นของเหลวได้ จากคนที่ไม่มีตัวตน กลายเป็นคนมีอะไร เหมือนน้ำที่ต้องดื่มทุกวัน ไม่งั้นคอแห้ง ไม่ดื่มนานก็อาจสิ้นลมหายใจ จากมองไม่เห็นกลายเป็นมีคุณค่ากับชีวิต เพื่อนบางคนอาจเปลี่ยนสถานะไปมากกว่านั้น จากของเหลวกลายเป็นของแข็งจับต้อง สัมผัส ลูบหัว ขยี้ผม จับแก้ม เกาเข่า ตะไบเล็บ นั่งเขี่ยตาตุ่มให้กัน ความสัมพันธ์งอกเงยไปถึงขั้นเกินเพื่อน

ก็คงต้องปล่อยไปตามชะตา เพราะผลวิจัยพบว่า น้อยเพื่อนนักที่แปลงร่างเป็นคนรักแล้วจะยังกลับมาเป็นเพื่อนกันได้ แต่น้อยก็ใช่ว่าไม่มี เมื่อใจมันไปแล้วจะไปรั้งมันไว้ทำขนมเบื้องทำไม ปล่อยไปตามใจดีกว่า แฟนก็แฟนสิวะ เสียเพื่อนไปคนหนึ่งได้แฟนมาคน เหมือนเอาม้าไปแลกกับเรือในเกมหมากรุก คุ้มไหมไม่รู้ เพราะม้าและเรือก็มีดีมีเสีย มีจุดอ่อนจุดแข็งต่างกันไป แต่วันที่ต้องการเรือ ม้ามันแทนไม่ได้นี่หว่า

คงต้องลองดู ถ้าเรายังเข้าใจกัน คงเป็นเพื่อนกันได้เสมอ

เพิ่งเข้าไปอ่านบล็อกของโรสมา เธอบอกว่า แม่ของเธอบอกเอาไว้ว่า ในชีวิตนี้มีสองสิ่งที่ห้ามไม่ได้ คือความตายและความรัก

รักเพื่อนก็ดี แต่ไม่เห็นต้องตายแทนกัน เพื่อนตายก็อย่าลืมไปงานศพมันก็แล้วกัน ถ้ากูตายมึงมางานกูด้วยนะ พวงหรีดไม่เอา เอาหน้ามึงมาให้กูเห็นเป็นครั้งสุดท้ายจะดีกว่า กูอุตส่าห์เลี้ยงกระเพาะปลาอร่อยๆ เชียวนะโว้ย รักเพื่อนคือการพร้อมช่วยเหลือเท่าที่ช่วยได้ ไม่น่าจะไปช่วยจนตัวเองเดือดร้อน เพราะแบบนั้นโลกยิ่งลำบาก มันจะกลายเป็นปัญหาลูกโซ่ รกรุงรัง คือไปช่วยคลี่คลายปัญหาเพื่อน แต่ดันเพิ่มปัญหาให้ตัวเอง แล้วไงล่ะ ก็ต้องไปหาเพื่อนมาช่วยอีกต่อ ไม่รู้จักจบจักสิ้น

เพื่อนไม่ใช่คนที่ตัวติดกัน เพื่อนไม่ใช่อินจัน ไม่ใช่แฝดสยาม ไม่ต้องเจอหน้าบ่อย ถ้าหน้าของเพื่อนไม่ได้เหมือนน้องแตงโมหรือกิ๊ฟซี่ ห่างกันบ้างก็ดี ให้รักเป็นสายลมผ่าน และสายลมก็มักจะมาพร้อมออกซิเจนให้เราทั้งสองได้หายใจหายคอและใช้เวลาส่วนตัวบ้าง สูดเข้าไปให้เต็มปอด แล้วว่างๆ เราค่อยมาดมกลิ่นปากกันใหม่

ห่างไปใช่ว่าไม่คิดถึงกัน ยังเงี่ยหูฟังข่าวคราวและเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนเสมอ เวลาเพื่อนมีสุขการไม่ยื่นหน้าไปแสดงความยินดีก็คงไม่ใช่ความผิดฉกรรจ์ แต่ยามเพื่อนมีทุกข์ภัย ไปได้ต้องรีบไป ณ เดี๋ยวนั้น มีเพื่อนไว้ยามมีปัญหามากกว่ามีสุข มีทุกข์ต้องร่วมต้าน มีสุขปล่อยเพื่อนเสพไปคนเดียวก็ได้ ว่างๆ ค่อยไปเสพด้วย

เพื่อนที่เข้าใจกันจริงๆ ห่างกันไปแค่ไหน กลับไปเจออีกครั้งก็ยังเหมือนเดิมเสมอ คุยเล่นเหมือนเมื่อวันวาน จะผันผ่านไปนานกี่ปี พวกเราก็เหมือนหยุดเวลาไว้ เรื่องเก่าๆ ถูกขุดขึ้นมาหัวเราะกันใหม่ เราต่างมีเรื่องราวกับเพื่อนต่างกลุ่มต่างไป แต่เรื่องเหล่านั้นเหมือนของเล่นที่ถูกเก็บใส่หีบแล้วฝังดินเอาไว้ ขุดขึ้นมาเล่นใหม่เมื่อไหร่กับเพื่อนกลุ่มเดิมก็ยังครื้นเครงไม่เปลี่ยนแปลง

มีบ้างบางครั้งที่เราโกรธกัน มีบ้างที่เราไม่เข้าใจ อ้าวเฮ้ย คนนะเว้ย ไม่ใช่ผักหญ้า วันๆ จะได้โอนอ่อนตามลมพัดลมเพตลอดเวลา เรามาจากต่างบ้าน ต่างสถานที่ ต่างอดีต ได้มาเป็นเพื่อนกันก็ดีเท่าไหร่แล้ว ไม่เข้าใจ เห็นไม่ตรงกันบ้างคงไม่แปลก ถ้าเข้าใจกันหมดนี่สิประหลาด เพื่อนอาจเป็นแบบฝึกหัดแรกๆ ให้เราได้หัดยอมรับความคิดเห็นอย่างอื่นบ้าง และเข้าใจว่าทุกอย่างในโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา เพื่อนกันไม่มีดาวฤกษ์ดาวเคราะห์ ไม่มีดวงจันทร์ หรือ ดาวบริวาร เราต่างสลับหน้าที่กัน บางวันเธอหมุนรอบฉัน บางวันฉันก็หมุนรอบเธอ เหมือนเพลงที่เฉลียงเขาร้องไว้

บางครั้งเพื่อนก็เหมือนประเทศในคำคมบาดหูที่ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนหนึ่งเคยพูดไว้ "อย่าได้ถามว่าเพื่อนจะให้อะไรเรา แต่น่าจะถามว่าเราจะให้อะไรเพื่อนได้บ้างต่างหาก" หากคาดหวังจะได้รับความดูแล เข้าอกเข้าใจ เป็นห่วงเป็นใยจากเพื่อนทุกวันเวลา รับประกันยินดีคืนเงินได้เลยว่า ผิดหวังแน่ๆ เพราะชีวิตของเพื่อนก็มีมิติอื่น เพื่อนยังต้องช่วยแม่ลวกก๋วยเตี๋ยว เพื่อนยังต้องอ่านหนังสือสอบ เพื่อนยังต้องออกไปดูหนังกับแฟน แล้วไหนเพื่อนจะต้องแอบไปเที่ยวอาร์ซีเอกับกิ๊กอีก ชีวิตเพื่อนไม่ได้มีแค่เราสักหน่อย

หากรักเพื่อน ก็น่าจะปล่อยให้เพื่อนเป็นอย่างที่เพื่อนเป็น มองเพื่อนด้วยสายตาไม่ตัดสิน เออ มันก็เป็นของมันแบบนี้แหละวะ นี่แหละเพื่อนเรา เพื่อนกันตักเตือนกันได้ แต่ไม่น่าทำตัวเป็นผู้บังคับบัญชา เพราะถูกของเราใช่ว่าจะเป็นถูกเดียวกันกับของมันเสียเมื่อไหร่

มีเพื่อนที่คิดไม่เหมือนกัน ดีจะตายไป เราจะได้เข้าใจว่า โลกนี้ยังมี "ถูก" และ "ดี" อีกหลายแบบ

เวลาอยู่ใกล้ๆ กัน เราไม่ค่อยคิดถึงมันหรอก ไอ้พวกเพื่อนที่เป็นคนตัวเป็นๆ คอยยีหัว ตีกบาลเล่นกันบ่อยๆ พวกนั้นน่ะ แต่เวลาไกลห่างจากพวกมันมา หรือเวลาที่พวกมันห่างจากเราออกไปไกลๆ และไม่รู้ว่าอีกเมื่อไหร่จะได้กลับมาหัวเราะร่าด้วยกันอีก บางทีก็คิดถึงพวกมันเหมือนกัน

ไม่รู้เหมือนกันว่า เพื่อน ในพจนานุกรมที่เป็นทางการนั้นเขาแปลว่าอะไร แต่สำหรับเราแล้วมันไม่เคยครอบคลุมความหมายที่คำหนึ่งคำเป็นจริงๆ หรอก พวกเรา-ต่างคนต่างก็มีพจนานุกรมเอาไว้ใส่นิยามคำต่างๆ ของตัวเองกันทั้งนั้น เราต่างเก็บมันไว้ในใจ ก็แค่วันนี้อยากจดบันทึกไว้ว่า "เพื่อน" ของเรามันหมายความว่าอย่างนี้

จึงตัดสินใจเขียน "พจนานุกลม" ขึ้น นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้เข้าใจความหมายของสิ่งต่างๆ ที่รายรอบตัวเราเอง

สิ่งต่างๆ ที่ล้วนเป็นเพื่อนกับเราทั้งนั้น

Comment

Comment:

Tweet

#68 By 0998912527 (183.89.73.246|183.89.73.246) on 2015-02-03 17:25

question question embarrassed

#66 By (183.89.73.246|183.89.73.246) on 2015-02-03 17:25

question question embarrassed

#67 By (183.89.73.246|183.89.73.246) on 2015-02-03 17:25

<a href="http://anwmfqxaofidbur.com">hjpksqhwhzznvoc</a> http://nvhvfitzvhwqhrs.com [url=http://ffdlsdhelectjwh.com]yldgmpgrpztqzjk[/url]

#65 By mfvtnojozj (94.102.52.87) on 2010-06-14 13:22

บทความนี้ ทำเราร้องไห้ได้

#64 By TaAn (161.200.255.162) on 2008-09-16 21:56

เป็นพื่อนกัน

#63 By (118.173.240.23) on 2008-09-16 13:39

มีเพื่อนมาตั้งนานแล้ว

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ดันไปสร้างศัตรูไว้ แค่คนเดียวเอง
เดือนร้อยจัง มีคนเกียจแค่ 1 คน มันพาคนมาทะเลาะกับเรา อีกตั้งหลายคน

เพื่อน มีกี่คนก็ไม่อันตราย
ไม่มีคำว่าเกินขนาด

#62 By ช่อแก้ว (คนกันเอง มาช้า แต่มาตั้งนานแล้ว) (222.123.188.116) on 2008-08-17 13:41

ว้าวววว

อ่านของพี่ทีไรไม่เคยผิดหวัง

แต่นี่เปนการเมนต์ครั้งแรกค่ะ

เราต่างก็มีเพื่อนมากมาย แต่เพื่อนที่ดีที่สุดอาจเป็นตัวเราเอง --"

#61 By NiNew^^ (161.200.255.162) on 2008-08-14 23:16

มีคำว่า "ดีไม่พอ" สำหรับการเป็น "เพื่อน" มั๊ย?

#60 By Smooth Sea (125.25.97.180) on 2008-08-14 21:45



ดีใจที่มีบล็อกดีอย่างนี้ ขอบคุณทุกความคิดสร้างสรรค์ ที่แบ่งปันสู่สังคม ขอบคุณเพื่อนดีที่แนะนำให้รู้จักบล็อกดี

รักเธอประเทศไทย


#59 By ใจถึงใจ (124.122.132.218) on 2008-07-29 19:52

จริงๆ





ไปโหลดเพลง http://namm-07.blogspot.com/

#58 By nammyna (118.172.89.223) on 2008-07-28 21:11

เพื่อน มันมากกว่าเพื่อนแล้วหล่ะ

มันเป็นญาติเราที่เราต้องโทรแจ้งมันทุกเรื่อง

เพื่อนของเรา คนนั้น ชื่อ นอย

โคดรักมันเลยหว่ะ

#57 By annz (203.99.253.8) on 2008-07-28 15:28

ชอบอ่ะ โดนๆ

#56 By (117.47.57.164) on 2008-07-25 15:59

เพื่อน...คือธนาคารในยามขาด
คือตลาดในยามหิว
อไอคิวในยามสอบ++55

#55 By ตะ-ลิด-ติ๊ด-ตี่ (61.7.157.251) on 2008-07-25 09:41

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

เข้าใจเลยค่ะ จะต้องจากเพื่อนไปอีกแล้วไม่รู้จะได้เจออีกเมื่อไหร่

#54 By n'o-kanok on 2008-07-25 08:52

อ่านแล้วได้แต่พยักหน้าตามเลยครับ
หงึก หงึก
Hot! Hot!

#53 By StillGoing on 2008-07-25 07:01

มันโดนจิตจริงๆ

#52 By ME+ (58.147.38.181) on 2008-07-24 23:51

ยอดเยี่ยมจริงๆเลย โดนๆๆๆ ชอบมากมาย ขอบคุณๆๆๆๆ ในความคิดอันละเมียด ของ'นิ้วกลม' อ่านไปก็อืมๆๆ ในใจ มันใช่ๆๆ เลย และขอบคุณเพื่อนคนนึงที่อยากบอกว่าเป็นเพื่อนรัก
แต่ไม่อยากให้เค้าอึดอัด ก็เลยปล่อยให้รักเป็นสายลมผ่านไปสบายๆ

เราเคยเขียนเรื่องเพื่อนไว้ในjournal ใน hi5 เราเอง ว่า ถ้าเพื่อนหมายถึง ใครสักคนที่เข้าใจตัวเรา

รู้ใจเรา ว่าตอนไหน เราสุข เศร้า เหงา โกรธ ลิงโลด ปานใด ใครกันหนอคือคน คนนั้น

ลองถามตัวเองดูดีๆนะ..

#51 By จงดี (124.120.62.36) on 2008-07-24 22:52

เค้าอาจไม่ได้เห็นเราสำคัญ
เหมือนที่เราเห็นว่าเค้าสำคัญ

#50 By หัวหม่งตู้ (125.25.193.131) on 2008-02-29 20:58

tongue tongue open-mounthed smile open-mounthed smile sad smile big smile open-mounthed smile confused smile angry smile sad smile tongue question embarrassed surprised smile wink double wink cry

#49 By boy (118.172.224.51) on 2008-02-28 18:00

embarrassed question tongue angry smile sad smile

#48 By (118.172.224.51) on 2008-02-28 17:59

เพื่อน คือคนที่ทำให้รู้สึกว่า เราไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้

มองด้วยตา อาจไม่เห็นมันอยู่ข้างๆ
แต่มองด้วยใจ ก็รู้ว่ามีมันอยู่ข้างๆเสมอ

ฮือๆๆๆๆ นู๋คิดตึ๋งเพื่อน

#47 By เมล็ดฝัน (58.8.186.180) on 2008-02-12 21:02

อ่านเเล้วคิดถึงเพื่อนซี้





บล๊อกพี่นิ้วก็เป็นเพื่อนที่ดีของเเพรเสมอครับ!!!

#46 By iiws on 2008-01-15 20:15

ใช่
ทุกอย่างคือเพื่อนของเรา

#45 By เจ้าหญิงเพี้ยน (58.8.188.126) on 2008-01-04 02:17

ติด***เพื่อนน่ะ

ทำไม่เราชอบเบลอๆๆพิมพ์ผิดตลอดนะเนี่ย

เฮ้อ

#44 By iamploynin on 2008-01-03 13:08

อยากจะยอมรับให้ได้ทุกอย่างนะคะพี่

อยากจะเข้าใจว่าเพื่อนเรามันมีหลายมิติ

อยากจะทำใจให้ได้ว่าเพื่อนเรามันต้องทำนู่นนี่

แต่บางครั้งมันก็ทำได้ยากจัง

เราคงจะติเพื่อนมากไปจริงๆๆ

*-*

#43 By iamploynin on 2008-01-03 13:07

อย่างน้อยเพื่อนคนนี้ นั้นพร้อมจะเข้าใจ " พี่ป๊อดร้องได้อารมณ์ดีค่ะ



รักเพื่อน ๆๆๆ

#42 By พิมรัด (203.113.45.69) on 2007-12-30 22:44

เพื่อน
กูรักมึงว่ะ
ฟังดูคงสยิวกิ้ว
กันไม่ใช่น้อย
ให้ตายเหอะ
เราไม่เคยบอกรักมันเลย
เราไม่เคยเดินไปกอดมัน
บางครั้งก็เถียงกันจะเป็นจะตาย
บางทีก็ตะคอกมัน
บางวันมันก็ทำหน้าเซ็งโลกให้เรา
บางมุมมันก็ไม่น่ารักพอๆกับเราที่ไม่น่ารักกับมัน
และบางทีอีกเหมือนกัน
ที่เราทำบ้าบอ มันก็พร้อมบ้าบอไปกับเรา
แต่ในขณะเดียวกัน
มันก็เป็นคนที่ส่งเสริมเรา เกื้อหนุนเรา
ให้เจอสิ่งที่ดี
และในวันนี้(รู้มันคงไม่มาอ่านหรอก)
7 ปีแล้วนะโว้ยที่เรามีกันและกัน
ยอมรับ
เข้าใจ
และ
ให้อภัย
" เพื่อน "
ปลา และ เปิ้ล
--------------------------------



big smile

#41 By some (58.136.71.239) on 2007-12-28 18:11

ฮ่าฮ่า คงลำบากน่าดูสำหรับคนไม่มีเพื่อน(ถ้าต้องพาไปออกรายการ...)
เพราะรายการท้าพิสูจน์ ตามไปดูน่ะ
ไม่มีแล้ว....พี่เอ๋

#40 By Yii (158.108.52.17) on 2007-12-26 18:39

ถึงวันนี้ ก็เริ่มเข้าใจความหมายที่หลากหลาย
ของคำว่า "เพื่อน" เช่นกัน
ขอบคุรนะ "เพื่อน" big smile

#39 By jummdcu (125.24.56.174) on 2007-12-26 13:48

เพื่อน เพื่อนๆ
ไปอยู่ที่ไหนกันใ
คิดถึงๆๆๆๆๆๆ

#38 By Bizarrekaret♫♪♫ on 2007-12-26 13:26

อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนจัง
เป็นคนไม่ค่อยสร้างความสัมพันธ์กับใครง่าย ๆ
แถมชอบลืมรักษาดูแลความสัมพันธ์ทีมีซะด้วยสิ
นิสัยไม่ดี............

#37 By ก้อย (203.113.77.132) on 2007-12-25 18:38

เพื่อนแค่มองตาก็เข้าใจ..เหอะๆๆwink

#36 By ไอฝน (58.64.56.107) on 2007-12-25 17:34

อ่านแล้วทำให้รู้สึกดีอีกแล้ว ณ

#35 By muchroom (124.121.174.153) on 2007-12-25 00:06

"หากรักเพื่อน ก็น่าจะปล่อยให้เพื่อนเป็นอย่างที่เพื่อนเป็น มองเพื่อนด้วยสายตาไม่ตัดสิน"

อืม แต่ก่อน เคยโดยเพื่อนคาดหวังกับเราไว้มาก
จนคิดว่า มันต้องการเพื่อนแบบเราที่เป็นเรา
หรือแบบคนที่มันอยากให้เป็นกันแน่

บางทีใกล้กันมากไป มันก็ไม่มีที่ให้หายใจเนอะ
เว้นที่ว่างไว้
แต่ก็ยังอยู่ในระยะโคจรของกันและกันดีกว่า

ไม่รู้จะนิยามเพื่อน ว่าอะไรเนอะ
แค่ รู้สึกว่าเรามีใคร
ที่เป็น เพื่อนกัน อยู่บนโลกใบนี้
มันก็ อุ่นใจ แล้ว^__^

#34 By JAM (125.25.143.227) on 2007-12-24 23:17

จริงๆแล้วเพื่อนก็แทรกซึมอยู่ในชั้นบรรยากาศรอบๆตัวเราสินะ

ลองหันไปรอบๆตัว วันไหนเหงาๆ อาจจะลองคุยกับปลาทองในตู้เป็นเพื่อนก็ได้นะ

surprised smile

#33 By PeeYong \-_-> on 2007-12-24 19:40

อันนี้ต้องใช้ความรู้สึกร่วมตีความ

คำแปลบางคำใช้แค่อธิบายผิวเผิน มันเข้าไม่ลึก

ถ้าได้สัก "กลม" อาจรู้ซึ้งยิ่งกว่า

...ความหมายอย่างไร
อยู่ที่ใครจะนิยาม
big smile

#32 By 7 days ago on 2007-12-24 16:00

ช่ายๆๆๆๆค่า

#31 By goong (124.120.144.254) on 2007-12-24 15:07

เคยเลิกคบกะเพื่อนสนิทไป 2 เดือนกว่าๆ
แต่บัดนี้กลับมาคุยกันได้แล้วน่ะ
ตอนไปหาเพื่อนเราถามกลับมาว่า
"ตัดผมหน้าม้าหรอ"
น้ำตาพาลจะไหล
Hot!

ขออนุญาตให้ดาวเลยค่ะ

ชอบ..ชอบมาก

อ่านแล้วโดนใจ จนถึงกับอึ้งทีเดียว

#29 By hydie on 2007-12-24 11:36

สำหรับเพื่อนของฉัน
คือคนที่หวังดี ไม่หวังร้ายกับฉัน
ช่วยบ้างไม่ช่วยบ้าง ตามอารมณ์
ด่าบ้าง ชมบ้าง
แค่จริงใจและยอมรับกันได้
แค่นี้แหละ

เห็ฯด้วยกะที่คุณเขียนมากๆเลยค่ะ
กลมกล่อมมากๆHot! Hot! Hot!

#28 By flawas on 2007-12-24 09:23

เพื่อนไม่ใช่คนที่ตัวติดกัน
ชอบปีโยคนี้จัง อ่านแล้วคิดถึงเพื่อนในกลุ่ม
สองคนนั้นทำอะไรก็ทำด้วย ไปด้วยกัน
ตัวติดกันเลยก็ว่าได้ บางทีก็หมั่นไส้มากๆเลย

#27 By แป้งสาลี on 2007-12-24 08:59

ที่ว่าได้ สนพ คือแซวพี่บิ๊ก (บอกอ) น่ะโรส
ผมขอยืดเวลาเป็นหกสิบวัน รับรองเสร็จแน่ครับพี่ ต้นฉบับพร้อมพิมพ์ ฮ่าฮ่า
confused smile

#26 By A+ on 2007-12-24 08:30

ธรรมชาติก็คือเพื่อนสินะ...big smile

#25 By knights of gemini on 2007-12-24 03:29

แล้วถ้าต้องอยู่ในสังคมของคน 5 คน ในหมู่บ้ายจนาดเล็ก ที่ที่เขาไม่ครบเราเป็นเพื่อน (อายุต่างกัน 30 ปีขึ้นไป) นี่จะถือว่าเลือกคบเพื่อนเปล่านะ ?

#24 By manop on 2007-12-24 01:01

Hot! Hot! Hot! Hot!


โดน!!!!!

#23 By ฏ้ณ ★ on 2007-12-24 00:55

wOw..*0*

#22 By miki (124.121.171.101) on 2007-12-24 00:18

คืนนี้มี blog คุณนิ้วเป็นเพื่อน อิอิ



open-mounthed smile

#21 By undercurrent (125.24.46.1) on 2007-12-24 00:02

ทุกคนมีเพื่อน เพียงแต่เรานับมันเป็นเพื่อนรึเปล่า....
โห ชอบประโยคนี้จริงเลยค่ะ
ได้สำนักพิมพ์แล้ววว
แปลว่า
....
จะได้อ่านหนังสือพี่เอ๋แล้วรึป่าววเนี่ยยยย
cry

#19 By seventwenty (124.120.85.214) on 2007-12-23 23:56