ต้นคิดมาก
posted on 20 Dec 2007 20:19 by roundfinger
คริสต์มาสกำลังจะมา ซานต้าจะมาไหมก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ ที่ออฟฟิศ TBWA \ Shanghai มีคำสั่งจากเบื้องบนให้ทุกกลุ่มประดิษฐ์และค้นคิดต้นคริสต์มาสกันขึ้นมา โดยบริษัทจะยื่นเงินให้กลุ่มละสองร้อยหยวน (หนึ่งพันบาท) เป็นค่าประดิษฐ์ แต่ละกลุ่มก็คิดกันอย่างตั้งอกตั้งใจ แต่กลุ่มของพวกเราดูเหมือนจะงานท่วมหัวเอาตัวไม่ค่อยจะรอด แถมเวลามีเวลาว่างก็นั่งเกาพุงแคะรูสะดือกันเสียมากกว่าจะมานั่งคิดประดิษฐ์ต้นไม้ จึงปล่อยคืนวันให้เลยผ่านกระทั่งถึงเส้นตาย นิสัยแบบนี้นี่เป็นมาตั้งแต่สมัยมัธยมยันมหาวิทยาลัยก็ยังแก้ไม่หายเสียที ต้องรอให้ถึงวันสุดท้ายแล้วจึงจะคายไต๋ออกมา บางทีก็เป็นไต๋ แต่หลายครั้งก็เป็น "ตาย" แหงแก๋ไป ด้วยความชะล่าใจและสันหลังยาว ไม่น่าเชื่อว่า ไม่ใช่แค่ผมเท่านั้น แต่น้องๆ ในทีมต่างก็สันดา..เอ้ย! นิสัยคล้ายกันไปซะทุกคนเชียว ต้นคริสต์มาสของเราจึงมีแต่ความว่างเปล่า ทั้งในพื้นที่ความจริง และพื้นที่ในสมอง ขณะที่กลุ่มอื่นๆ ต่างงอกเงยผลัดกันชมเชยกันทุกวันๆ
น้องๆ ในกลุ่มมารบเร้าว่า "เอ๋ คิดต้นคริสต์มาสกันดีกว่า ของคนอื่นขึ้นเต็มออฟฟิศแล้ว" ผมบอกกับน้องไปว่า "ใจเย็นๆ กลุ่มเราทำช้าๆ เขาจะได้นึกว่าเราขยันทำงานมากกว่าจะมาทำอะไรเล่นๆ แบบนี้ แล้วก็อย่าลืมคอนเซ็ปต์ของพวกเรา เน้นความขี้เกียจและอัปลักษณ์ คิดเยอะ แต่ทำน้อย ยิ่งไม่ทำเลยก็ยิ่งดี" ผมว่าวิธีที่สร้างสรรค์ที่สุดที่จะต่อสู้กับนักสร้างสรรค์ทั้งหลายก็คือสู้ด้วยการไม่สร้างสรรค์อะไรเลยนั่นเอง ว่าแล้วพวกเราก็หัวเราะร่ากัน "ฮ่าฮ่าฮ่า" นิกกี้พูดขึ้นมาว่า "ใช่เลย พวกเราต้องขี้เกียจเข้าไว้ นั่นคือสไตล์ของกลุ่มเรา"
ตอนแรกเราคิดกันว่า จะไม่ทำอะไรเลย เพราะมานั่งคิดกันวันสุดท้ายแล้ว เมื่อวานเป็นกำหนดเส้นตายต้องส่งต้นคริสต์มาส แต่พวกเรายังคงมีแต่อากาศ ก็เลยคิดว่าทำยังไงให้ง่ายที่สุด สุดท้ายก็ได้ไอเดียว่าจะไปซื้อ "กระจก" มาหนึ่งบาน สูงเท่าตัวคน แล้วพอเขาตัดสินกันแล้วประกาศผลว่าต้นไหนได้รางวัล เราก็จะตะโกนขึ้นมาว่า "เฮ้ย ช้าก่อน ท่านยังไม่ได้พิจารณาต้นคริสต์มาสของเรา" แล้วเราก็จะเอากระจกบานนั้นส่องไอ้เจ้าต้นที่ได้รางวัลที่หนึ่ง แล้วพูดมาว่า "นี่คือต้นคริสต์มาสของเรา สวยเป็นสองเท่าของต้นที่ได้ที่หนึ่ง" ซึ่งก็ดูขี้เกียจและกวนตีนพอใช้ได้ เกือบจะวิ่งออกไปซื้อกระจกกันอยู่แล้ว แต่แล้วเราก็ยังไม่หยุดคิด คิดกันต่อไปอีกสักพักก็ได้ไอเดียใหม่
ระหว่างนี้ขอพาไปเดินชมต้นคริสต์มาสรอบๆ ออฟฟิศก่อนดีกว่า
ต้นนี้เป็นของกลุ่มข้างๆ เรา สร้างสรรค์ด้วยการเอาผลไม้มาปะติดและประดิษฐ์เป็นต้นไม้รสหวานซ่อนเปรี้ยว แต่คงเค็มด้วยรสมือของผู้ประกอบอยู่ไม่ใช่น้อย ผมว่าน่ารักดี และเป็นธรรมชาติดี
ต้นนี้มาแนวน่ารัก เป็นต้นคริสต์มาสแบบนุ่มๆ ใช้หมอนและตุ๊กตามาประกอบเข้าด้วยกัน คนทำคงได้มีคริสต์มาสที่นุ่มนิ่มและน่ารักสดใส
ต้นนี้คนทำค่อนข้างรัก "สินค้า" ที่ตัวเองทำโฆษณาให้ เอาสินค้าทั้งหลายมาประกอบกันเป็นต้นไม้ ซึ่งก็เป็นการหลอมรวมเรื่องงานกับเรื่องเล่นให้เป็นสิ่งเดียวกันได้ไม่เลวเลย
ต้นนี้สร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ ทำไมต้องเป็น "ต้น" ด้วยล่ะ ทำเป็นกระเช้าเลย ใช้ร่มมาประดิษฐ์เข้ากับสรรพสิ่งซึ่งก็ดูหรูหราฟู่ฟ่าดี มองดูอีกทีก็เหมือนต้นคริสต์มาสกลับหัว
ทีมนี้จริงจังมาก จัดเป็นป่าเลยทีเดียว เอาของใกล้ตัวมาใช้ให้เป็นประโยชน์ ตุ๊กตาทุกตัวบนโต๊ะถูกนำมาแขวนคอเพิ่มบรรยากาศความน่ารัก ผมคิดว่าทีมนี้จะต้องควักตังค์ของตัวเองออกมาจัดแน่นอน เพราะดูแล้วน่าจะเกินสองร้อยหยวนที่ออฟฟิศให้มา
แล้วก็มาถึงต้นที่ผมชอบเกือบที่สุด ต้นนี้เป็นต้นคริสต์มาสล่องหน! คือมีแต่คนที่มีจินตนาการเท่านั้นจึงจะมองเห็น ผมว่าคนคิดเก่งจัง สร้างสรรค์ได้น่ารักดี นี่ก็เกือบจะเซนแล้วเชียว สร้างด้วยการไม่สร้าง แต่ก็ยังสร้างอยู่ และยังคงมีวิญญาณของคริสต์มาสอยู่เยอะ จากสิ่งตกแต่งต่างๆ ที่รายรอบ
เก่งจริงๆ ชอบครับ เล่าเรื่องด้วย "เงา" ต้นไม้อยู่ในจินตนาการ ไม่ต้องสร้างแต่มีอยู่
แล้วก็มาถึงต้นคริสต์มาสมื้อเดียว เอ้ย วันเดียวของพวกเรา สุดท้ายเราตัดสินใจไม่เอาตังค์สองร้อยหยวนนั้นไปซื้อของมาประดิษฐ์ต้นไม้ แต่เราตัดสินใจเอามันไป "กิน" กันให้อร่อยดีกว่า ซึ่งก็ได้มื้อใหญ่เลยทีเดียว คือไหนๆ บริษัทก็ให้ตังค์มาฟรีๆ แล้ว จะเอามาประดิษฐ์ต้นไม้ทำไม เอาไปฉลองคริสต์มาสกันเลยน่าจะเหมาะ ก็เลยซัดกันมื้อใหญ่ แล้วนำหลักฐานของสองร้อยหยวนมาประดิษฐ์เป็นต้นคริสต์มาสแทน และนี่คือต้นคริสต์มาสสองร้อยหยวนของพวกเราครับ
จริงๆ แล้วมันก็คือ "พุง" ของพวกเราหลังกินมื้อสองร้อยหยวนนั่นเองแหละครับ พุงของแต่ละคนก็น่ารักน่าชัง เราเซ็นชื่อจารึกเอาไว้ แถมยังแปะรูปหลักฐานตอนเราหม่ำกันอย่างเอร็ดอร่อยมาอวดด้วย หากสังเกตดีๆ จะเห็นช้อน, ตะเกียบ, ขวดเป๊ปซี่, กระดูกเป็ด, เปลือกกล้วย ที่แต่ละคนหม่ำลงพุงไปแล้วมาห้อยเอาไว้ด้วย
พอทำเสร็จเราก็ยืนขำกันอยู่นาน เพราะมัน "อุบาทว์" สมใจอยาก แต่ผมว่ามันก็เป็นต้นคริสต์มาสที่มีรูปทรงน่ารักดีเหมือนกัน ไม่เพียงไม่ต้องซื้อของอะไรเลย แต่ยังได้ใส่ของลงไปในท้องอีกต่างหาก นอกจากมันจะทำให้พวกเรามีความสุขแล้ว คนอื่นๆ ที่เดินผ่านมาเห็นเข้าก็หัวเราะกับ "ต้นพุง" ของพวกเราทั้งนั้น เป็นการเผื่อแผ่ความสุขอีกทาง
เราภูมิใจกันมาก จึงถ่ายรูปคู่เก็บไว้เป็นที่ระลึกกันใหญ่ นี่เป็นต้นคริสต์มาสต้นแรกที่ผมเคยมีกับเขา และผมก็คิดว่ามันคงเป็นต้นคริสต์มาสที่ผมจะนึกถึงมันเสมอๆ เมื่อวันที่ยี่สิบห้าธันวาคมวนมาถึง และทุกครั้งที่นึกถึงมัน ผมคงจะยิ้ม และก็ลูบพุงกลมๆ ของตัวเองไปด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าถึงวันนั้นมันจะกลมและห้อยไปกว่านี้ หรือจะเปลี่ยนเป็นกล้ามแข็งๆ หกลูกก็อาจจะเป็นได้!

ชอบมากๆ
#51 By vadsa on 2007-12-26 16:59